PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : Anime Headquarters ทุกข้อมูลแห่งอนิเมะและสงครามอยู่ที่นี่



Vocaloid_BRS
6th January 2012, 10:24
อยู่ในช่วงตกแต่ง
(ยังไม่หมด!!! อยู่ในช่วง Edit!!!)

Utility Knowledge Anime Headquarters
Operation - Knowledge of War

กองบัญชาการทั้งหมด
[ปัจจุบัน]

Unknow [First Operations]
ภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น

Twin-Tail Moe [TTM]
กลุ่มคลั่งไคล้โมเอะ

Anime Headquarters [First AHQ]
ภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น 2

Anime Headquarters [Third AHQ]
พื้นภาษาญี่ปุ่นและภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น 3

Anime Headquarters [AHQ - WW3]
กระทู้นี้แหละ

Negima [Wait Title]
เนกิมะ (รอ)

Anime Headquarters [SP AHQ]
ภาษาเยอรมันเบื้องต้น (รอ ยังไม่ว่างทำ)

Anime Headquarters [SP2 AHQ]
ภาษารัสเซียเบื้องต้น (รอ ยังไม่ว่างทำ)

PS. ขอเข้ากลุ่มดันมาคุในตัวละครคิริซาเมะได้ไหม เต็มยังครับ (มาริสะโมเอะว้อย)
PS2. ตราบใดที่ยังไม่ไปโพสที่กลุ่มดันมาคุคำถามคงส่งไปไม่ถึงชั่วชีวิตแน่ (มั้งนะ?)

ถ้าผมพิมพ์ผิดตรงไหนก็ให้โพสบอกพร้อม Copy บรรทัดนั้นแล้วใส่สีแดงในตัวที่ผิดให้ด้วยครับ ถึงผมจะตามแก้มาเป็น 50-60 รอบแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีมาเรื่อยๆเพราะแก้ข้อมูล ขอความร่วมมือด้วยครับ
ถ้าผมแก้แล้วก็ Edit โพสให้หายไปด้วย ผมจะได้ไม่สับสนเพราะเดี๋ยวไปตามแก้ใหม่อีก

-=====มุม FAQ=====-
「ใช่แล้ว นี่คือสาระ 1% ครับ」

Q : ทำไมเวลาเปลี่ยนลูกกระสุนถึงต้องดึงคันชักที่ปืนล่ะครับ?
A : การทำแบบนั้นเพื่อดึงให้กระสุนจากในแม็กกาซีนเข้ามาครับ และเป็นดันเอาปลอกกระสุนที่ค้างอยู่ให้ออกไปด้วย ในกรณีที่มันไม่ได้ขัดลำกล้องนะครับ

Q : ยานพาหนะบางชนิดไม่ค่อยมีในประเทศอื่นเลย เพราะอะไรเหรอครับ?
A : ยานพาหนะต่างๆในการรบเช่นยานเกราะหรือเครื่องบินรบนะครับ ส่วนมากจะมาจากอเมริกา และการผลิตนั้นอยู่ในอเมริกาเท่านั้นครับ ประเทศอื่นผลิตไม่ได้ ดังนั้นถ้าจะใช้งานต้องซื้อจากอเมริกาเท่านั้นครับ

Q : ถ้ายิงจนปืนร้อนจะทำยังไงครับ
A : เอาไปจี้ผิวหนังคนข้างๆครับ

Q : ถ้าโดนยิงจะทำยังไงครับ
A : รอให้หน้าจอหายแดงค่อยลุยต่อ

Q : ถ้าโดนยิงตายจะทำยังไงครับ
A : ช่วยบอกลูกผมด้วยว่า... ไม่เป็นไร... จากนั้นรอ 3 วินาทีจะกลับมาที่จุดเช็คพอยท์

Q : ถ้ากระสุนหมดจะทำยังไงครับ
A : เดินเก็บกระสุนใหม่เอาตามทาง

Q : วิ่งฝ่าดงกระสุนยังไงถึงไม่โดนครับ
A : ขอพระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองด้วย แล้วใช้สูตรดำดินหรือ Ctrl+~ แล้วพิมพ์ว่า noclip

Q : ทำไมทหารถึงไม่ค่อยวิ่งชิดข้างๆพวกตึกหรือบ้านเรือน แต่ชอบวิ่งออกห่างนักล่ะครับ จะไม่โดนยิงหรือไง
A : เป็นวิธีป้องกันแรงระเบิดน่ะครับ ถ้ามีพวก RPG วิ่งมาแล้วปะทะกับผนังล่ะก็จะระเบิด ถ้าเราอยู่ห่างไว้มันจะไม่โดน

-=====Anime Headquarters Introduction=====-

*ข้อแนะนำในการใช้งาน Headquarters แห่งนี้*

-เมื่อพบเจอคำย่อ ตามปกติผมจะเน้นคำเต็มและความหมายไว้ให้ แต่บางทีเนื่องจากจะทำให้ดูสับสน ผมจึงใส่เฉพาะตัวย่อลงไป แต่ก็ไม่ต้องกังวลครับ
ในการหาคำย่อนั้นสามารถกด "CTRL+F" เพื่อเปิด Find ในการค้นหาคำได้ครับ เช่นเจอคำย่อว่า "HSI" แต่ไม่มีคำเต็มเลยไม่รู้ว่าชื่อเต็มคืออะไร
ก็ค้นหาคำว่า HSI นี่แหละครับ จะสะดวกมากกว่าการไปไล่หาคำย่อของศัพท์ทางทหาร

-ข้อความต่างๆมักจะใส่ () หรือ [] ไว้กลางประโยคเสมอเพื่อเน้นคำบางคำเพื่อคอมเม้นอะไรนิดๆหน่อยๆหรือไม่นิดหน่อยก็อย่าไปใส่ใจ
เช่น เครื่องบินรบโดยปกติจะมีจุดสำหรับขยายหรือเปิดเพื่อให้เปลี่ยนทิศทางได้รวดเร็ว (อยู่ที่แต่ละรุ่นว่าจะอยู่ที่ไหน) ข้อเสียคือทำให้ความเร็วลดลง (ถ้าเปิดไว้นาน) อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีข้อดีในการลงจอดเพราะช่วยลดความเร็ว (หรือนี่คืออีกหนึ่งจุดประสงค์หลักกันแน่) ลงได้อย่างมาก
>ข้อความเพิ่มเติมที่ยกตัวอย่างนี้ ไม่ได้เอามาจากข้างล่าง ถือว่าเป็นข้อมูลหลักเช่นกัน<
ซึ่งบางทีอาจจะใส่ () ไว้มากกว่านี้จนทำให้อ่านแล้วดูสับสน คำแนะนำคือ "มองข้ามข้อความที่วงเล็บไว้" แล้วอ่านข้อความหลัก สำหรับผมแล้วข้อความในวงเล็บนั้นผมมักจะแยกออกจากข้อความหลักหรือก็คือไม่ได้ต่อเนื่องกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ต่อเนื่องทุกวงเล็บ กรุณาใช้การแยกแยะในการอ่านครับ

-ผมเชื่อว่าหลายท่าน "รู้ศัพท์อังกฤษ" พอสมควรและสามารถแปลได้ คงไม่จำเป็นต้องเน้นทุกคำว่าอ่านว่ายังไงและแปลว่ายังไง เพราะผมเป็นนักเรียน ม.ปลาย ไม่ใช่อาจารย์สอนภาษาต่างประเทศหรือครูฝึกทหารอากาศ
ผมอาจจะไม่แปลให้ หรือใช้เป็นภาษาไทยเลย เช่น "ฟอร์เมชั่น" หรือ "เรดาห์" หลายๆท่านก็จะรู้ทันทีว่า "อ๋อ คำว่า Formation ที่แปลว่า รูปขบวน ศัพท์ทางทหารคงจะเป็นรูปแบบการบินหรือการจัดรูปแบบของหน่วยรบ อีกคำก็คือ Radar"
แต่ความกังวลก็ยังมีอยู่ "เพราะ!" ผมไม่คิดว่าทุกคนจะสามารถทำความเข้าใจได้ (บางท่านอาจไม่เข้าใจอีก "อะไรหว่า? ฟอร์เมชั่น" ไม่เห็นจะรู้ด้วยเลย) ตัวผมเองก็ได้รู้ซึ้งมานานแล้วว่า "ระดับความรู้ของคนเราไม่เท่ากัน" จนทำให้มีปัญหาเวลาอธิบายบางสิ่งบางอย่าง
จึงขออภัยเป็นอย่างยิ่งเพราะทราบดีว่าบางท่านอาจคิดว่า "ก็รู้ๆกันอยู่ว่าแปลว่าอะไร จะแปลมาเพื่อให้รกหูรกตาทำไม" ซึ่งแน่นอนว่าคนที่รู้แล้วอาจจะคิดแบบนี้หรืออะไรทำนองนี้ แต่ขอให้นึกถึงหลายๆคนที่ไม่ทราบความหมายและทำความเข้าใจไม่ทัน

-หลังจากโพสแล้ว การเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลังจากนี้อาจจะประมาณ 2 อาทิตย์ ข้อมูลย่อยๆหรือข้อความที่วงเล็บไว้เพื่อเน้นให้เข้าใจ ผมอาจจะลบทิ้ง
เพื่อความสะดวกในการอ่าน ข้อมูลบางจุดจะเปลี่ยนแปลงออกไปมากหรือน้อยลงอยู่ที่ความเหมาะสม ซึ่งถ้าจะให้ดีควรจะ Save เป็น HTML เก็บไว้ครับ
สำหรับใครที่กลัวว่าข้อมูลที่สนใจจะหายไป

-ภาษาอังกฤษแบบ UK จะต่างจากจากแบบที่เราใช้นิดหน่อย มันไม่เหมือนกันซะทีเดียว แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากอยู่ดี UK มาจาก United Kingdom ซึ่งก็คือประเทศอังกฤษนั่นแหละครับ มันรวมสามประเทศที่นับเป็นประเทศเดียวกันคือ อิงแลนด์ เวลล์ และ สก๊อตแลนด์ ก็ทำให้นึกไปถึงเมื่อยุคก่อนที่ยังถือดาบไล่ฟันพวก Roman และ Britain
-ภาษาอังกฤษแบบ US ก็คือที่ใช้ๆกันอยู่นี่แหละ มาจาก United States หรือก็คือ อเมริกา ประเทศเดี่ยวๆไม่ได้รวมมั้ง มีรู้อยู่นิดๆก็แค่เคยย้ายเมืองหลวงจากแมนฮัตตันไปวอชิงตัน ดี.ซี. ไม่ค่อยสนอะไรมากมาย รัสเซียน่าสนกว่าเยอะ แต่ลำบากตรงที่พูดยากและฟังลำบาก ขนาดคำว่ารัสเซียเขียนแบบรัสเซียยังขึ้นต้นด้วยตัว P เลย

-==========-

>>>ห้ามนำไปเผยแพร่ที่อื่นก่อนได้รับอนุญาต<<<
กรุณา PM มาบอกก่อนนำไปแปะที่อื่นด้วยนะครับ
เมื่อได้รับอนุญาตก็ไม่ต้องใส่ใจเรื่องเครดิต จะเครดิตหรือไม่เครดิตให้ผมก็แล้วแต่จะสะดวกครับ ผมไม่คิดอะไรมากหรอก

* ข้อมูลบางส่วนไม่เหมาะแก่การเผยแพร่โดยทั่วไป ขอความกรุณาอย่ารีบนำไปแปะที่อื่นจนกว่าผมจะอนุญาตหรือข้อมูลเริ่มเข้าที่แล้ว (ทั่วไปที่ว่าหมายถึงอย่าไปกระจายเว็บอื่นจนยากจะแก้ เพราะถ้าข้อมูลบางส่วนมันพลาด แล้วตัวที่คนอื่นเอาไปแปะไม่ได้แก้ จะทำให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่ได้)

-==========-

>>>สำหรับใครที่มีข้อมูลและความรู้ทางทหาร<<<

ถ้าอยากจะเผยแพร่หรืออยากให้มีประโยชน์กับคนอื่นๆก็สามารถโพสบอกได้ครับ (ถือว่าโพสอย่างมีประโยชน์)

-==========-

* ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลพวกนี้อันตราย เพราะเป็นความรู้เฉยๆและไม่ได้ไปแฮ็คมาจากในกองทัพ เพราะแค่ดูผ่านๆก็น่าจะรู้ว่าถึงไม่ได้อยู่ในกองทัพบ่อยๆก็สามารถรู้ข้อมูลพวกนี้ได้
* ที่สำคัญคือ "NOT FOR THE REAL WORLD AVATION" ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดเรื่องได้ง่ายๆ เพราะข้อมูลปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ การที่จะเรียนรู้จริงๆนั้นอยู่ที่ตัวบุคคลว่าควรจะเดินไปทางไหน
* ที่ผมตั้งใจไว้คือนำไปใช้กับเกมได้ (พอดูเหตุผลแล้วมันโครตงี่เง่าเลยฟร่ะ) ซึ่งมันจะมีประโยชน์ถ้าคุณเข้าใจมากขึ้นเวลาเล่นเกม
PSP. จะไปจริงจังทำไม (ทำม๊าย) ทำให้อ่านกันเฉยๆนะครับ (นำข้อมูลในใช้ในความเป็นจริงมากเกินไปก็ไม่ค่อยดีนะเออ)

-==========-

คำย่อต่างๆที่เจอกันบ่อยๆ

FPS = First Person Shoting แนวเดินลุยยิงเหมือน Call of Duty และ Battlefield (และจะมีอีกความหมายคือ Flame Per Second แปลว่า ภาพต่อวินาทีซึ่งเป็นความต่อเนื่องของภาพ ไม่เกี่ยวกัน)
RTS = Real Time Strategy แนวสร้างฐานทัพหรือคุมทหารเดิน วางแผนการรบและยุทธวิธีต่างๆในการรบ เช่นเกม Command & Conquer Red Alert 3 (ถูกหรือเปล่า?) หรือ World in Confield (อันนี้ผิดแน่ๆ จำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ฟิวด์แบบนี้แน่นอน)
RPG = Role Playing Game แนวเดินลุยไปเรื่อยๆแบบ... อะไรดี นึกไม่ออก เช่น Final Fantasy (หรือเปล่า? ไม่เคยเล่น) เอาเป็นว่าเดินไล่สับม่อนแล้วได้เลเวลเอามาอัพตัวละครน่ะ เข้าใจยัง?

-==========-

กองบัญชาการสำหรับปฏิบัติภารกิจในสงคราม (ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, แมนฮัตตัน)
กองบัญชาการสำหรับปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับอนิเมะ (เอเชีย, ญี่ปุ่น, นางาซากิ)
อ่านกันให้ตายไปข้างนึงตาย แต่ไม่ต้องห่วง เพราะคนทำเดี้ยงแล้วตอนนี้

ส่วนใครที่ไม่รู้วิธีการนับปีก็คือ "เดือน/วัน/ปี" หรือก็คือ "12/31/11" นะครับ สำหรับรายละเอียดของยานพาหนะและเครื่องบินรบ
(ตามปกติผมจะนับแบบ "ปี/วัน/เดือน" หรือ "2011/31/12")

ผมขอใช้คำขึ้นต้นเมมเบอร์ทุกคนใน Jokergameth แห่งนี้ว่า "ท่าน" คงไม่ว่าอะไรกันนะครับ คือมันติดเป็นนิสัยมานานมากๆแล้ว คงไม่ว่าอะไรกันนะครับ

คำสั่งต่างๆ ของทหารที่ใช้ในการรายงาน

Copy = รับทราบ (ตอบรับคำสั่ง)
Solid copy =รับทราบ (ตอบรับคำสั่งล่าสุด)
Roger that = รับทราบ
Negative = ไม่สามารถทำได้ (ปฏิเสธคำสั่ง)
Enemy Hostile = ทหารฝ่ายศัตรู (รายงานการตรวจพบ)
Enemy Vehicle = ยานพาหนะฝ่ายศัตรู (รายงานการตรวจพบ)
Enemy Tank = รถถังฝ่ายศัตรู (รายงานการตรวจพบ)
Enemy Chopper = เฮลิคอปเตอร์ฝ่ายศัตรู (รายงานการตรวจพบ)
Chopper Incoming = เฮลิคอปเตอร์ไม่ทราบฝ่ายกำลังใกล้เข้ามา (รายงานการตรวจพบ)
Steady = นิ่งๆไว้
Stay down = ก้มตัวต่ำๆไว้
Enemy patrol = ทหารลาดตะเวนฝ่ายศัตรู (รายงานการตรวจพบ)
Engage = โจมตี (อนุมัติการโจมตี)
Weapons free = ใช้อาวุธได้ (อนุมัติการยิง)
Reloading = บรรจุกระสุน (บอกสถานะว่าไม่พร้อมที่จะโจมตี)
Frag = ปาระเบิดออกไปแล้ว (บอกทหารฝ่ายพันธมิตรให้ระวังระเบิด)
Grenade = ระวังระเบิด (เตือนว่าศัตรูปาระเบิดมือออกไป)
I'm hit = ฉันโดนยิง (รายงานสถานะ)
Let's go = ไป
Fall back = ถอนกำลัง
Target in range = เป้าหมายอยู่ในระยะ (เตรียมพร้อมโจมตี)
Enemy sniper = พลซุ่มยิงฝ่ายศัตรู
Injured = บาดเจ็บ (รายงานสถานะตัวเอง)
Mistake = กำจัดเป้าหมายพลาด
Hold your fire = หยุดยิง
Friendly = พันธมิตร
All unit = ทหารทุกหน่วย
Stand by = เตรียมพร้อมไว้
Stand by to Engage = เตรียมยิง (คำสั่งให้เล็งเตรียมพร้อมที่จะยิง)
In position = ประจำตำแหน่งแล้ว (รายงานสถานะ)
Ambush! = โดนซุ่มโจมตี!
Left side = ทางซ้าย
Right side = ทางขวา
Danger close = ยิงออกไปแล้ว (รายงานการยิงประเภทระเบิดหรือปืนใหญ่)
Get back = ถอยออกมา
Target neutralized = เป้าหมายถูกกำจัดแล้ว
Over = เปลี่ยน/เลิกการติดต่อ
Breaching = บุกเข้าไป (ประโยครายงานตอนพังประตูเข้าไป)
Cover me = คุ้มกันด้วย
Ready to engage = เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี
What the hell was that = เกิดบ้าอะไรขึ้น
Man down = มีคนคว่ำไปแล้ว
Report status = รายงานสถานการณ์ด้วย
*Foxtrot* is down = -- คว่ำไปแล้ว (-- คือชื่อของคนที่ล้มไป)
Enemy approaching = ศัตรูบุกเข้ามา!
I repeat = ย้ำอีกครั้ง
Hostile force = กองกำลังฝ่ายศัตรู
Enemy helos approaching = fast-attack choppers กำลังบินใกล้เข้ามาทางนี้
Contact = ปะทะ (พบเห็นและยิงกับศัตรู)
Hang on = ล้มไปแล้ว / ศูนย์เสียการควบคุม
On my mark = เล็งไปที่เป้าหมาย (เช่น "Standby to engage on my mark" แปลว่า "เตรียมตัวโจมตีในจุดที่ฉันกำหนดไว้")
Cleared hot = จัดการเคลียร์พื้นที่ (คำสั่งใช้กับหน่วยสนับสนุนทางอากาศพวกเฮลิคอปเตอร์หรือการสนับสนุนระยะใกล้)
Keep moving = วิ่งไป อย่าหยุด
Hold on = เกาะไว้!
Do not engage = ห้ามโจมตี
Open fire = โจมตีได้
Get down = หมอบลงไป
Target eliminate = เป้าหมายถูกกำจัดแล้ว
Target acquire = พบเห็นศัตรู (ทำการยิง)
Hunter Victer = ทีมบุก (ทหารภาคพื้นดิน)
Assault = จู่โจมเข้าไป
Maintain assault = บุกและโจมตีเข้าไป รักษากลุ่มเอาไว้ (คำสั่งให้จู่โจมเข้าไปเต็มกำลังทั้งการโจมตีและความเร็ว)
Target in sight = เป้าหมายอยู่ในระยะพร้อมโจมตี (เช่น "Target in sight. ready to command attack" "เป้าหมายอยู่ในระยแล้ว พร้อมรับคำสั่งโจมตี")
Target hit = ยิงโดนเป้าหมาย
Target damage = เป้าหมายได้รับความเสียหาย
Taking damage = ได้รับความเสียหาย
Target confirm hit = ยืนยันว่ายิงโดนเป้าหมาย (รายงานว่าศัตรูได้รับความเสียหาย)
Enemy inbound = ศัตรูใกล้เข้ามา (จู่โจมเข้ามา)
Target inbound = เป้าหมายเข้ามาทางนี้
Enemy APC inbound = ยานเกราะลำเลียงพลเข้ามาทางนี้
Enemy Chopper inbound = เฮลิคอปเตอร์ฝ่ายศัตรูกำลังมาทางนี้
RPG inbound = RPG พุ่งมาทางนี้!
Do you copy? = นายได้ยินมั้ย (เช่น "Rapter One-Zero. This is Ucon Five, Do you copy?" "แรปเตอร์ 1-0 นี่ยูค่อน 5, ได้ยินหรือเปล่า?")
Backup = ถอยกลับไป
Waypoint = เส้นทาง (ไม่แปลนะ ยาว มันล้น ยกตัวอย่างแค่ Eng พอ "Alpha Niner. Proceed the waypoint to Ucon Foxtrot Zero position at and Delta Foxtrot Six Three Zero Zero Niner One Over.")
Target neutralize = ตรวจพบเป้าหมาย (ยิงมันลย)
Enemy neutralize = ตรวจพบศัตรู (ก็ยิงมันสิ)
[Soldier] almost die! = (ทหาร) บาดเจ็บอย่างหนัก! (ถูกยิงหรือโดนระเบิดจนไม่น่าจะมีชีวิตต่อไปได้)
All Callsign = ทุกหน่วย

* (ไม่ใส่คำอ่านภาษาอังกฤษนะครับ มันจะปนกับคำอื่นๆแล้วเดี๋ยวจะ "งง" กัน)

คร่าวๆในการนับคำย่อ

sec = เซ็คคั่น [วินาที] (Second)
deg = ดีกรี [องศา] (Degree)
ft = ฟุท, ฟีท [ความสูง] (Feet, Foot)
lbs = ปอนด์ [น้ำหนัก] (Pound, Pounds)
kts = นอท [ความเร็ว] (Knot)
nm = นัวทิคอล ไมล์ [ไมล์ทะเล] (Sea mile, Nautical mile)
*อธิบายเพิ่มเติมสำหรับ Knot และ Sea mile
หน่วยความเร็วหนึ่งไมล์ทะเลหรือ 6080 ฟุตต่อชั่วโมง มีค่าเท่ากับ 1 ไมล์ทะเลต่อชั่วโมง หรือ 1.852 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ(อีกรอบ) 1.15 ไมล์

เอาแบบนี้ ถ้ายังไม่เข้าใจล่ะก็ ยกตัวอย่างง่ายๆเลย สมมุติเครื่องบินรบนั้น บินด้วยความเร็ว 150 nm ถ้าจะให้รถวิ่งด้วยความเร็วเท่ากันล่ะก็ รถคันนั้นจะต้องวิ่งด้วยความเร็ว 1000 kph (กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ครับ
ถ้าเครื่องบินรบ F-15 บินด้วยความเร็วปกติด้วยระดับ Flow 2000-6000 คือ 350-450 nm ความเร็วที่นับเป็นกิโลเมตรคือ 3000-4000 kph ครับ เร็วใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ

GHz = กิกกะเฮิร์ทซ (Gigahertz)
*อธิบายเพิ่มเติมสำหรับ Gigahertz
1 กิกกะเฮิร์ทซเท่ากับหนึ่งพันล้านรอบต่อวินาที
rds = ราวด์ [จำนวนนัดของกระสุน] (Round)
hp = ฮรอสเพาเวอร์ [แรงม้า] (Horsepower)
shp = ซุปเปอร์ ฮรอสเพาเวอร์ [แรงม้า] (Super Horsepower)
*อธิบายเพิ่มเติมสำหรับ Horsepower
1 แรงม้า คือ อัตราของการทำงาน ได้ 550 ฟุต-ปอนด์ต่อวินาที
mph = ไมล์ต่อชั่วโมง [ความเร็ว] (Mile per Hour)
mpg = ไมล์ต่อแกลลอน [น้ำมัน] (Mile per Gallon)
yrds = หลาต่อวินาที [ระยะ] (Yard per Second)
min = มินนิท [นาที] (Minute)
mm = มิลลิเมตร [ระยะ] (Millimetre)
tons = ตัน [น้ำหนัก] (tons)
*อธิบายเพิ่มเติมสำหรับ tons
ก็รู้ๆกันอยู่แล้วว่า 1 ตันคือ 1000 กิโลกรัม ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้แล้ว
หน่วยน้ำหนักเท่ากับ 2,000 ปอนด์ (ในอเมริกา)
หน่วยน้ำหนักเท่ากับ 1,000 กิโลกรัม (ในอังกฤษ)
in. = นิ้วฟุต [ความสูง] (inch, inches)
*อธิบายเพิ่มเติมสำหรับ in
1 นิ้วฟุต เท่ากับ 2.54 เซนติเมตรหรือ 1 ส่วน 12 ฟุต)
meters = เมตร [ความไกล] [Meter]

-===วินาที===-

วินาทีนั้น คุณรู้ดีว่าคืออะไร แต่คุณรู้มากแค่ไหน อะไรคือวินาที และแต่ละส่วนของวินาทีสำคัญอย่างไร?
ครับ... สำหรับคอมพิวเตอร์หรือดาวเทียม การแยกวินาทีออกเป็นล้านๆตัวย่อมเป็นเรื่องปกติ
เพราะความแม่นยำของมันทำให้ตรงเผงเลยทีเดียว เจ้าวินาทีย่อยๆเหล่านี้ยังสามารถบอกสถานที่ที่คุณยืนอยู่ได้... ได้ด้วยครับ
ยกตัวอย่างเช่น GPS... ถ้าคุณรู้วินาที คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าคุณอยู่ใกล้ดาวเทียมดวงไหนและอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเท่าไหร่

Second = หนึ่งส่วนหกสิบนาที (sec)
Millisecond = หนึ่งส่วนพันของหนึ่งวินาที (ms, msec)
Microsecond = หนึ่งส่วนล้านวินาที
Nanosecond = หนึ่งส่วนพันล้านของหนึ่งวินาที (ns, nsec)

อย่างไรก็ตาม เวลา...ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ เวลา... ครับ คุณอาจจะไม่เข้าใจที่ผมพูดแบบนี้ แต่นักบินทั้งหมด 70% หรือต่ำกว่านั้นเข้าใจดีว่าทำไม
แรงดึงดูดคือตัวกำหนด มันเกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิง สมมุติว่าคุณมีนาฬิกาอยู่อันนึง ถ้าคุณอยู่เหนือพื้นดินสัก 9 หมื่นฟีท (ออกนอกโลกแล้วมั้งนั่น) นาฬิกาของคุณจะเดินเร็วขึ้น ในขณะที่ถ้าคุณฝังไว้ในใต้ดินลึกลงไปพอๆกับตึกที่สูงที่สุดในโลก คุณจะพบว่ามันเดินช้าลง
เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ จะยกตัวอย่างให้ฟัง หลายๆท่านก็ทราบดีอยู่แล้ว ว่าเวาในอวกาศมัน... เดินช้ากว่าในโลกของเรา หนึ่งปีในอวกาศ เท่ากับ 10 ปีบนโลกของเรา
ถ้าคุณขึ้นไปบนอวกาศสักหนึ่งหรือสองปี เมื่อกลับมาคุณอาจจะเห็นลูกตัวเองแก่กว่าคุณโดยที่ตัวเองแก่ลงแค่... สองปีเท่านั้นครับ
ทำไมผมถึงพูดถึงเรื่องนี้น่ะเหรอ... ที่จริง... ปัจจุบันนี้มีคนที่เข้าใจในเรื่องนี้น้อยมาก อยากให้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้กันจริงๆ เก่งเรื่องพวกนี้ก็เท่ไม่หยอกเลยนะ จริงๆ ไม่ได้ว่าออกมาลอยๆนะ (อย่างผมไง ฮ่าๆๆ */me โดนถีบ XD*)

* คนที่คนใจรีบศึกษาซะ! *

-=====Anime Headquarters Tactical Analysis=====-

-ผมจะพยายามไล่ใส่คำอ่านของภาษาอังกฤษไว้ให้ หวังว่าคงจะไม่จำแบบอังกฤษไปเรียกแบบผิดๆถูกๆซี้ซั้วกันเอาเองหรอกนะครับ

-ระดับความสูง 27,000 ฟีตขึ้นไปจำเป็นต้องใช้อ็อคซิเจนในการหายใจ และมักจะบรรจุเป็นถังไว้สำหรับใช้งาน ไม่ว่าจะบนเครื่องบินหรือเวลาปืนขึ้นไปบนเป้าถึงเหนือเมฆ

-ค่า G คือค่าระดับความสูงที่คนจะรับได้ครับ อยู่ที่เครื่องมีแรงดันอากาศมากเท่าไหร่ด้วย ถ้าโดนแรง G ดึงมากๆนักบินก็น็อคได้ สลบคาเครื่องไปเลย (หลุดจากแรง G คือออกนอกโลกไปแล้ว)

-Coaxial (โคแอคเซียล) คือปืนที่อยู่ติดข้างๆกับปืนหลักหรือที่เรียกว่า Main gun ไม่ว่า Coaxial จะเป็นปืนกลหรืออะไรตาม

-หน่วยรบต่างๆจะเรียกว่า "สังกัด" เช่น สังกัด Delta Force

-ทหารนั้นจะไม่ได้รับการฝึกให้เตรียมใจที่จะตาย แต่ฝึกให้สู้เพื่อมีชีวิตรอดกลับมา ดังนั้นเวลาออกรบต้องเก็บการเตรียมนั้นไว้ในส่วนลึกสุดของความรู้สึกแล้วสู้ต่อไปเพื่อรอดกลับไปหาคนอื่นๆ

-M203 คือเครื่องยิงระเบิดที่อยู่ใต้ปืนครับ เรียกว่า SECONDARY WEAPON ส่วนขนาดของลูกระเบิดคือขนาด 40mm ส่วนของรัสเซียจะเรียกว่า GP-25 ซึ่งขนาดลูกระเบิดจะสั้นกว่าแต่ใหญ่เท่ากัน ถึงจะไม่รุนแรงเท่า M203 แต่ใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วกว่ามาก

-คำว่า "Comrade" ตามภาษาอังกฤษแปลว่า "สหาย" และคำนี้ตามความหมายของรัสเซียก็แปลว่า "สหาย" เช่นกัน "Good work. comrade kapitan" แปลว่า "ทำงานได้ดี สหาย" (Kapitan = กัปตัน)

-"Da" เป็นคำรัสเซีย แปลว่า "เออ, ได้, ใช่, รู้แล้ว" หรือความหมายในการตอบกลับที่ไม่ปฏิเสธ

-Howitzer (โฮวิทเซอร์) คือปืนใหญ่ชนิดหนึ่งที่เดี๋ยวค่อยไปทำความรู้จักอีกที (ว่าให้เข้าใจง่ายๆก่อนก็คือเป็นปืนใหญ่สำหรับยิงมุมสูงเพื่อให้ไปตกในจุดที่ต้องการ คล้ายๆกับ Artillery นั่นล่ะ)

-Artillery (อาทิลเลอรี่) คือการยิงระยะไกล ไม่จำเป็นว่าต้องยิงขึ้นฟ้าแล้วตกลงมาเสมอไป สมมุติว่ารถถัง M1A2 ยิงได้ไกลสัก 300 ไมล์นี่ก็เรียกว่า Artillery ได้เหมือนกัน แต่แยกได้หลายแบบเช่น Artillery Bombardment คือยิงปืนใหญ่ประเภท Howitzer หรือ Artillery ถล่มในจุดๆหนึ่งทีละหลายๆลูก (หลายๆๆๆๆลูก)

-บอกไว้เลยว่าเครื่องบินรบจริงๆนั้นไม่ได้บินได้เป็นวันหรือข้าววันข้ามคืนบินไปทำภารกิจได้ทั่วโลกเหมือนตามที่หลายๆคนคิด สมมุติว่าน้ำหนัก 40,000lbs น้ำมัน 16,000lbs ก็บินอย่างมากได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง ถ้าใช้แบบเต็มกำลังก็จะเผาพลาญเชื้อเพลิงแบบ x3 หรือ x4 ซึ่งถือว่าลดเร็วมากๆ (มากๆ)

-สำหรับเครื่องบินรบอาจจะไม่ค่อยมีบทบาทในหัวของหลายๆคนเพราะส่วนใหญ่ผมรับรองได้เลยว่าสนแค่ "ทหาร, ปืน, เฮลิคอปเตอร์, ยานพาหนะภาคพื้นดินพวกฮัมวีหรือรถถัง" เพราะเครื่องบินรบไม่มีบทบาทในสนามรบภาคพื้นดินมาก (บินมาทิ้งระเบิดแล้วไปก็เลยไม่เด่นในสายตาหลายๆท่าน) แต่ถ้ามองไปที่สงครามเกาหลีเหนืออาจจะได้เห็นบทบาทของเครื่องบินรบมากขึ้นเพราะเกาหลีเหนือก็ไม่น้อยหน้าเรื่องเครื่องบินสักเท่าไหร่แต่ถ้าดูตามสภาพก็สู้สหรัฐไม่ได้อยู่ดี (ก็ไอ้พวกกิมจิ****เสือกเอาของรัสเซียมาใช้น่ะสิ น่าฆ่าล้างมันให้หมด ไอ้สวะเกาหลีพวกนั้นน่ะ)

-สำหรับเครื่องบินไม่ว่าจะแบบขับไล่หรือเฮลิคอปเตอร์ก็จะติดอาวุธข้างละเท่าๆกัน ไม่มีมาใหญ่ๆเล็กๆซี้ซั้วใส่ไป เพราะจะทำให้การทรงตัวแปลกๆบินได้ไม่ดี

-ความสูงประมาณ 15,000 ฟีตขึ้นไปคือเหนือเมฆนะครับ จะได้เข้าใจง่ายๆเลยว่าฟีตกะเอาเท่าไหน เครื่องบินพลเรือนหรือเครื่องบินรบก็จะบินประมาณนี้ พอขึ้นเหนือเมฆบางทีเห็นดวงดาวเลย ทั้งๆที่ยังมืดไม่มากหรือยังบ่ายๆ มันแตกต่างมากกว่าตอนมองจากข้างล่าง ไม่จำเป็นต้องขับเครื่องบินรบขึ้นไปดูหรอกครับ ถ้าใครเคยเดินทางด้วยเครื่องบินโบอิ้งก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นแบบไหน (ยกเว้นดันนอนตั้งแต่เครื่องขึ้นจนลงจอดแล้วให้แอร์ฯมาปลุกแบบนั้นไม่เห็นแน่ๆ) เวลามองลงไปข้างล่างมีว่าเมฆมันน่านุ่มๆนิ่มๆดีนะ

-การกระพือของปีกคือที่ขอบด้านหลังปีกและปีกหางจะมีขอบขนาดเล็กที่สามารถกางออกมาเพื่อต้านลมทำให้ลดความเร็วลงหรือบังคับไปทางทิศต่างๆได้ เช่นของ F-16 จะมีข้างๆไอพ่นข้างละอันขยายออกจากกัน หรือของ F-15 จะมีที่ตรงกลางลำแต่มาข้างหน้าอีก จะเปิดขึ้นมาได้เพื่อเปลี่ยนทิศเครื่องบินให้ยกด้านหน้าขึ้น

-ยิงมิสไซด์ เครื่องบินรบสามารถบรรจุมิสไซด์ไปได้ประมาณ 7 จุดหรือมากกว่านั้น แน่นอนว่าหนึ่งจุดจะมีมิสไซด์ประเภทติดตามแค่หนึ่งลูก (บางจุดเป็นพวก FFAR ถ้าตามภารกิจต้องใช้) ไม่เหมือนในเกมที่ยิงเป็นมิสไซด์ไป 100 ลูกก็ยังเหลือ เห็นมิสไซด์เป็นปืนกลไปหรือไง การยิงต้องให้อยู่ในระยะ และเลือกใช้มิสไซด์ที่เหมาะสม ไม่ใช่นึกอยากจะใช้ก็ใช้ยิงๆไปเผื่อมันจะโดน "จำไว้ว่า" เชื้อเพลิงของมิสไซด์มีจำกัด ถึงจะไปถึงเป้าหมายพอดี แค่ถ้าเป้าหมายหลบหลีกได้และเชื้อเพลิงของมิสไซด์ก็ไม่พอที่จะไล่ตามเป้าหมาย (ของจริงนั้น จะยิงมิสไซด์ได้เมื่อมิสไซด์อยู่ในระยะยิงถึง แต่สำหรับความแน่นอนแล้วทหารอากาศมักถูกฝึกให้เผชิญกับสถานะการให้ใช้โหมด Dogfight ซึ่งก็คือไล่ล่ากับศัตรูในระยะใกล้)

-การขับเคลื่อนของเครื่องบินรบต่างๆจะมีหลายแบบซึ่งผมก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เอาเป็นคร่าวๆว่ามีก็คือ ลดระดับความเร็ว (ไฟที่ไอพ่นจะไม่มี) ปกติ (ไฟอ่อนๆตรงกลาง) เพิ่มความเร็วปกติ (ไฟสีส้มเต็มท่อไอพ่น) เพิ่มความเร็วเต็มที่ (ไฟสีส้มแบบเข้มข้นพุ่งออกมาจากท่อไอพ่น) และเต็มกำลัง (ไฟสีน้ำเงินพุ่งออกมาจากท่อไอพ่น)
และยังมีปรับระดับของท่อไอพ่นในการกางออกหรือหุบลงด้วย ก็คงจะรู้ๆกันอยู่ว่ายิ่งบีบทางออกให้แคบแค่ไหนแรงผลักดันก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่ตอนเต็มกำลังจะเปิดท่อเต็มที่และเปิดพลาญเชื้อเพลิงไปเลย ผมก็จะไม่อธิบายในจุดนี้ครับ

-ชื่อที่ใช้เรียกไอพ่นคือ "Afterburner" ซึ่งมีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น "Full afterburner" หรือ "Min afterburner" (สำหรับเครื่องบินรบบางชนิด)

-สำหรับ Turbofan หรือ พัดลมเทอร์โบ คือการรับแรงปะทะของลมเข้ามาเพื่อใช้ในการเคลื่อนที่ แต่ก็ยังใช้การเผาพลาญเชื้อเพลิงในการเคลื่อนที่หลักอยู่เหมือนเดิม เวลาบินลำที่ใช้พัดลมเทอร์โบ เมื่อเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 400 knots ไอพ่นจะมีสีส้มเล็กๆ (นิดเดียว) อยู่ตรงกลาง และควันจะพุ่งออกทางไอพ่นซึ่งก็มาจาก ลมนั่นแหละครับ
บางรุ่นมีข้างบนท้ายลำเช่น A-10 เทอร์โบข้างบนท้ายลำนี้น่าจะมีแต่ A-10 รุ่นเดียวที่มีข้างบนท้ายลำ
บางรุ่นมีใต้ปีกหลายๆเครื่อง เครื่องบินโดยสารโบอิ้งหรือ C-130 (รุ่นที่มีใบพัดเหมือน C-130H เรียกว่า "Turboprop" หรือ "ใบพัดเทอร์โบ")
บางรุ่นมีอยู่ข้างๆลำเช่น F-16 / F-15 และเครื่องบินรบชนิดอื่นๆจะมีช่องอยู่ข้างๆลำข้างละช่องเพื่อรับลมเข้าไป
บางรุ่นมีอยู่ข้างล่างลำเช่น F-16C และเครื่องบินรบชนิดอื่นๆจะมีช่องอยู่ข้างล่างลำหนึ่งช่องเพื่อรับลมเข้าไป
ส่วนเทอร์โบเจ็ท (Turbojet) จะเป็นแบบเชื้อเพลิงแบบแห้งที่จะเผาไหม้ออกมาทางท่อไอพ่นโดยตรงเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ครับ (ไอพ่นสีน้ำเงินเลยก็มี)
*ถ้าคุณมีโอกาศได้สัมผัสเครื่องบินรบประเภท Turbofan ไม่ว่าจะ F-15, F-16,J-11 หรือรุ่นอื่นๆลองมองเข้าไปที่ช่องข้างๆหรือใต้เครื่องบินดูครับ ถ้ามองผ่านๆข้างในมันจะมืดๆ ก็สงสัยว่าคืออะไร ข้างในเป็นใบพัดความเร็วสูงครับ (ขนาดดูดหัวคุณเข้าไปจนดึงไม่ออกเลย)
*ถ้ามีโอกาศจริงๆ ไปยืนหลังเคลื่อนบินโบอิ้งตอนที่กำลังจะ Takeoff สิครับ บอกเลยว่าลม*****โครตแรง (แรงมากๆ) ขนาดเป่าจนคุณไม่อยู่บนพื้นแล้วลอยไปข้างหลังก่อนที่จะร่วงแอ่กเลย นี่แหละครับ สิ่งที่ทำให้เครื่องบินขึ้นได้ ถึงจะมันจะแรงเท่าทอร์นาโดหรือเฮอริเคนก็เถอะ

-เครื่องบินที่นั่งสองคนหรือมากกว่า มีข้อดีมากกว่าลำที่นั่งได้คนเดียวเยอะมาก ทั้งการยิงและปล่อยพลุล่อมิสไซด์ คนขับจะทำหน้าที่หลบและไล่ล่า ในขณะที่อีกคนหนึ่งสามารถหันกลับไปมองข้างหลังได้โดยไม่ต้องขับ จะทำให้เห็นเลยว่ามิสไซด์ถูกยิงออกมาแล้วกำลังมาทางนี้ จะทำให้ตัดสินใจได้ว่าปล่อยแฟร์เท่าไหร่ถึงจะรอด หรือแม้แต่การเล็งหรือยิงมิสไซด์หน้าที่จะอยู่ที่อีกคนหนึ่งเพราะมันสะดวกกว่า

-ระบบป้องกันคือสิ่งที่จะช่วยให้หลบหลีกมิสไซด์ต่างได้
Flare ก็คือ พลุหลอกล่อมิสไซด์ ที่เป็นแสงขาวๆวาบๆ มันอยู่ได้ประมาณ 3-15 วิก็จะดับ เวลาปล่อยออกไปก็เป็นการจุดชนวนเพื่อให้ร้อนแล้วปล่อยออกไปครับ จะมีเครื่องสำหรับปล่อยอยู่ใต้ลำทางด้านหลังของเครื่องหรือจุดอื่นๆตามรุ่นเครื่องบิน
Chaff จะช่วยให้หลุดจากระบบ Guide Missile ที่กำลังล็อคเป้าเราอยู่เพราะเป้ามันเปลี่ยนไปล็อคผงนั่นแทน (หรือเปล่า? ล็อคผงเนี่ยนะ?) ทำให้มิสไซด์พุ่งตรงไปทางอื่น ก็จะมีเครื่องปล่อย Chaff นี่เหมือนกัน

-สำหรับเฮลิคอปเตอร์จะมีระบบ Auto Hover หรือปรับสภาพการทรงตัวอัตโนมัติทำให้ฮออยู่นิ่งๆได้โดยไม่ขยับไปไหน เครื่องบินรบก็ระบบคล้ายๆกันนี้อยู่ ปรับสภาพให้ขนานกับพื้นโดยที่ลำจะไม่เบี้ยวหรือเอียง แต่ถ้าไปขยับคันบังคับเพื่อที่จะเลี้ยวมันก็จะดึงกลับมาให้ขนานเหมือนเดิม (ระบบต่างจาก Auto Pilot แต่จะเรียกว่า Auto Pilot ก็ถือว่าไม่ผิด เพราะเผื่อนักบินอ่านตารางภารกิจหรือมองดูนาฬิกา) [ในเครื่องบินรบจะมีนาฬิกาอยู่]
แต่สำหรับฮอแล้ว ระบบ Auto Hover จะปลดล็อคเอง สมมุติว่าเราดันคันบังคับไปข้างหน้าเพื่อให้เอียงลำไปเมื่อเกินองศาด้วยคันบังคับระบบจะรู้ว่าเราจะต้องการเคลื่อนที่และจะปลดล็อค Auto Hover ให้อัตโนมัติ แต่ตามปกติเขาไม่เปิด Auto Hover ทิ้งไว้ตอนที่จะขยับไปหรอก รังแต่จะดึงให้คอปเตอร์เสียศูนย์ซะเปล่าๆ

-===Flight Introduction===-

การขับเครื่องบินรบผมว่า*****โครตยาก ต้องทำหลายๆอย่างด้วย ปุ่มก็มีมากกว่า 30-100 ปุ่ม ดูจอสถานะตลอดว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เผลอนิดเดียวก็ไม่ได้ เชื้อเพลิงก็ดูบ่อยๆ เพราะเวลามันหมดแล้วมันจะจอดกลางอากาศซะที่ไหน บางทีร่วงไปพังเราก็เสียตังค์อีกถ้าศัตรูไม่ได้ทำตก
สำหรับนักบินแล้วประสบการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆในการทำการบินในรูปแบบและภารกิจต่างๆ ต้องทนกับแรงเหวี่ยง แรงหมุน แรงดึงต่างๆที่เจอแล้วจะปวดหัวไม่ใช่น้อย
แต่ละคนที่ได้ขับก็ยศสูงนะ แต่อยู่ที่ว่าถ้าเป็นทหารอากาศกับประสบการณ์ในการฝึกบินมีมากพอถึงจะได้ขึ้นบินจริงๆ และก็ไม่ใช่ขึ้นบินจริงๆแต่พอบินๆระบบบอกว่า "Alpha two. Alpha two." ก็ไม่รู้อีกว่าคืออะไร แปปเดียวเครื่องบินปะทะพื้นดินซะอย่างนั้น...
(ได้เป็นนักบินเครื่องบินขนส่งพวกโบอิ้งก็หรูแล้ว ไปเที่ยวต่างประเทศไปในตัว ไม่ต้องหวังเครื่องบินรบหรอก เพราะนั่นหมายความว่าต้องเป็นทหารอากาศ และถ้าจะได้รบหรือฝึกบินบ่อยๆก็ต้องไปอยู่ในกองทัพสหรัฐ)

-การบินของเครื่องบินรบนั้น จะเห็นได้ว่าไม่ได้บินแค่ลำเดียว แต่จะบินไปด้วยกันโดยที่จำนวนมากกว่า 2 ลำ ซึ่งจะมีแค่ 1 ลำที่เป็น ผู้นำ หรือ ลีดเดอร์ (Leader) เรียกอีกอย่างว่า ชีพ (Chief)
ส่วนลำอื่นๆคือลูกทีมหรือวิงแมน (Wingman) และลูกทีมต้องตามชีพตลอด ห้ามแยกจากกันโดยไม่ได้รับอนุญาติเด็ดขาด และไม่เหมือนในเกมที่เวลาเลี้ยวไปไหนวนซ้ายตีลังกาหมุนไปทางขวาลูกทีมก็ไม่หลง
จะเปลี่ยนทิศทางชีพต้องแจ้งลูกทีมเสมอว่าจะเลี้ยวไปทางไหน ความเร็วเท่าไหร่ กี่องศาเมื่อลูกทีมรับทราบชีพก็จะเปลี่ยนทิศไป แล้วลูกทีมก็นับ 3 วิแล้วเลี้ยวตามไป
แต่ระยะเวลาในการเลี้ยวตามชีพก็อยู่ตามรูปแบบของการบินว่าอยู่ในรูปไหน ดังนั้นชีพต้องจำให้ได้ทั้งหมดไม่ว่ารูปแบบการบิน ความเร็ว ความสูง และไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ก็แจ้งลูกทีมเสมอ
ไม่ว่าจะลดความเร็วก็ต้องแจ้ง ไม่งั้นลูกทีมแซงข้างหน้าแน่นอน และในตอนที่ลูกทีมหลงเราก็ต้องบอกพิกัดเพื่อให้กลับมาอยู่ในขบวนอีกครั้ง หรือไม่ชีพก็ต้องบินไปหาลูกทีมแทน

-การแยกกลุ่มทำการโจมตี เมื่อเจอเครื่องบินรบศัตรู ชีพจะสั่งให้แยกกันโดยที่ยังรักษารูปบบขบวนอยู่ ลูกทีมก็ต้องไม่ไปมั่วซั่ว ไม่ว่าจะถูกไล่ โดนมิสไซด์ไล่ กำลังหลบหนีไปทางไหน
ก็ต้องรายงานตลอดเวลา ส่วนชีพก็จะรายงานไปที่ศูนย์ควบคุมการบินว่าโดนโจมตี เมื่อเสร็จภารกิจลูกทีมก็จะต้องกลับมารวมกลุ่มที่ชีพอีกครั้งหนึ่ง

-ในกรณีที่เชื้อเพลิงใกล้หมด ลูกทีมจะต้องแจ้งชีพก่อนแยกตัวออกไปด้วยคำสั่ง "ต้องการกลับไปที่ฐาน" ในอักศรย่อว่า "RTB" ที่แปลว่า "Return to Base" (ในภาษาอังกฤษในการรายงานคือ "Request RTB") ชีฟก็จะอนุมัติแล้วกลับไปได้
แต่ถ้าจะเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ชีพก็จะติดต่อไปที่เครื่องบินบรรทุกน้ำมันเพื่อถามพิกัดว่าอยู่ไหน และเชื้อเพลิงของลูกทีมพอที่จะไปถึงหรือเปล่า จึงจะอนุมัติ
แล้วไปกันเป็นทีมโดยที่ไม่ปล่อยให้ลูกทีมไปลำเดียว เครื่องบินบรรทุกน้ำมันจะเรียกว่า "Tanker" โดยต้องแจ้งไปที่ Tanker เหมือนเดิม และก่อนเติมเชื้อเพลิงก็ต้องแจ้งให้เปิด พอบรรจุเสร็จก็แจ้งว่าเติมเสร็จแล้ว Tanker จะได้ปิดท่อ

-หลังจากที่ยิงกันเสร็จ เมื่อมีใครถูกยิงและนักบินรู้สึกถึงอาการแปลกๆของเครื่องและเรด้าร์ไม่สามารถบอกความเสียหายไปมากกว่านี้ ก็ต้องแจ้งให้เพื่อนร่วมทีมมาดูให้
เพราะถ้านักบินจะชะโงกหน้าออกมาจากคอกพิทเพื่อจะดูว่าโดนยิงตรงไหนบ้างก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าอาการของเครื่องเลวร้ายเกินกว่าจะรับได้ การแจ้งชีฟนั้นก็ยังจำเป็นเช่นกัน ยกเว้นเครื่องมันถึงขีดสุดจริงๆ
ถึงดีดตัวไปได้ แต่ถ้าเครื่องยังพอไปไหวก็จะรายงานชีพ และดูพิกัดว่าอยู่ที่จุดไหน ชีพจะรายงานไปที่ศูนย์ควบคุมการบินให้ส่งคอปเตอร์กู้ภัยไปช่วยเหลือ ยิ่งตกไปที่พื้นที่ฝ่ายศัตรูที่ต้องระวังในการกระโดดร่ม
เพื่อให้ออกห่างจากพื้นที่ฝ่ายศัตรูให้มากที่สุดก่อนที่จะให้คอปเตอร์เข้าไปรับได้ ถ้าเครื่องยังไม่เสียหายมากมายแต่พอไปได้ หรือเชื้อเพลิงรั่วอย่างรวดเร็วก็ดูว่ามาสนามบินไหนอยู่ใกล้ที่สุด
และติดต่อศูนย์ควบคุมการบินนั้นว่ามีเที่ยวบินไหนในระยะเวลาไหน ทางศูนย์ควบคุมการบินก็จะแจ้งมาและให้ไปลงจอดที่ลานบินจุดนั้นด้วยสภาวะฉุกเฉินแม้จะเป็นสนามบินขนส่งก็ตาม

-รับคำสั่งจากหัวหน้า ลูกทีมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามชีฟตลอด และต้องไม่เหม่อลอย มีสมาธิตลอดเวลา เข้าใจคำสั่งทุกคำสั่งและทำอย่างว่องไว
แต่ละทีม ลูกทีมจะมีชื่อให้เรียกเช่น Alpha 9-3 สมมุติชีฟสั่งให้ Alpha 9-3 เพิ่มความเร็วขึ้นมาอีกเท่านั้นก็ทำตาม หรือสั่งให้บันทึกภาพก็ทำทันที
การหันลำกลางอากาศคือการดึงลำให้เปลี่ยนทิศแบบรวดเร็วโดยที่ดึงลำไปทางด้านใดด้านหนึ่งให้ตะแคงลง โดยความเร็วจะอยู่ที่ชีฟเป็นคนกำหนด
ลูกทีมก็จะต้องใช้ความเร็วตามนั้นเพื่อไม่ให้หลงจากชีฟ

-การจราจรทางอากาศ เป็นอีกทางหนึ่งที่มีอันตรายเหมือนกัน ใครที่เคยพูดว่า "ท้องฟ้าใหญ่จะตาย เครื่องบินจะไปชนได้ไง ถ้าชนกันก็ไม่ต้องเป็นนักบินแล้ว" ถอนคำพูดได้เลยครับ ชนกันได้แน่นอน
เพราะด้วยระดับความสูงที่ใช้กัน ไม่ใช่ว่าจะบินระดับไหนก็ได้ เส้นทางไหนก็ได้ แต่ความสูงและเส้นทางได้กำหนดไว้หมดแล้ว โบอิ้งก็บินเหนือเมฆและเครื่องบินรบก็เช่นกันถ้าบินตามปกติ จึงต้องติดต่อศูนย์ควบคุมการบินตลอดว่าในการบินเที่ยวไหนบ้าง
และเมื่อพบเจอแต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ก็ติดต่อศูนย์ควบคุมการบินอีกที แต่ถ้าไม่ปรากฏสัญชาติ ทางศูนย์ก็จะให้เข้าไปตรวจสอบ โดยที่ชีฟจะเป็นคนทำหน้าที่
โดยต่อแชนเนลหาและถาม ถ้าเป็นเครื่องบินนอกสัญชาติหรือลักลอบเข้าประเทศทางอากาศแบบผิดกฏหมาย ก็จะสั่งให้ลงจอดทันทีเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการจราจรอื่นๆทางอากาศ

-หัวหน้าทีมไม่จำเป็นต้องบอกลูกทีมทุกครั้งเสมอไป เพราะการบอกลูกทีมทุกครั้งในการเลี้ยวหรือเปลี่ยนทิศบ่อยๆถ้าจะให้รายงานทุกครั้งคงจะไม่ไหว ลูกทีมก็ต้องไม่คลาดสายตาจากชีฟ เมื่อชีฟเปลี่ยนทิศโดยไม่บอกไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ต้องตามไปตลอด
และที่สำคัญคือระยะห่างต้องรักษาไว้ตลอด ไม่ไกลเกินไม่ห่างเกิน ต้องห่างกันพอดีกับระยะที่ควรจะอยู่และองศาของความสูงความต่ำด้วย ในบางรูปแบบการบินก็จะบินห่างกันแบบว่าเห็นเครื่องบินของทีมตัวเองเล็กนิดเดียว บางรูปแบบก็ใกล้กันมาก บางทีบินข้างๆจนเห็นนักบินเลย
และยังมีบินใกล้กว่านั้นอีก ขนาดที่ว่าอีกนิดเดียวเท่านั้น ชนกันแน่ๆ

----------

-===ความแตกต่างของการบินแบบทหารและการบินแบบพลเรือน===-

-การบินแบบทหารคือการหลบหลีก ไล่ล่า โจมตี และใช้ทักษะกับประสบการณ์ในการหลบการโจมตีและโจมตีกลับไปรวมถึงบินในอากาศแบบพาดโผนและหักมุมในการเลี้ยวอย่างรวดเร็ว
-การบินแบบพลเรือนคือการบินที่เรียกได้ว่าปกติ ไม่ว่าจะเครื่องบินขนส่งพวกโบอิ้งหรืออะไรก็ตาม

การบินแบบทหารนั้น แน่นอนว่าย่อมแตกต่างจากการบินแบบพลเรือน ไม่ว่าจะเป็นในด้าน สมรรถนะของอากาศยาน ความเร็วสูงกว่า
เลี้ยวได้เร็วกว่า แคบกว่า ทำให้เครื่องบินทหารสามารถทำการบินต่างๆที่เครื่องบินพลเรือนทำไม่ได้ ขั้นตอนและข้อปฏิบัติที่ต้องทำแตกต่าง
กันมาก แต่การบินแบบทหารกับพลเรือนของก็ใช้กฏและพื้นฐานเดียวกัน

* Special Thank : Steve Shady [MilitaryFlight], ******** Hoshino [Vocaloid_BRS]

A : ขอเพิ่มเติมว่า "เชื้อเพลิงไม่ได้มีมากมายขนาดที่ว่าไม่ต้องกังวล" เพราะต้องคำนวนตลอดไว้ว่าพอที่จะกลับฐานหรือไม่
ท่านลองนึกถึงสถานการณ์ที่เชื้อเพลิงเหลือ 0 สิครับ เครื่องยนต์และไอพ่นจะดับวูบลงไปเลย มันจะวืด.....กรอกเข้าไปในหูท่าน
จะบังคับเครื่องไม่ได้นอกจากลอยคว้างอยู่ในอากาศนอกจากจะดีดตัวหรือรอให้เครื่องลงจอดที่พื้นแต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไปเพราะ
ถ้าพื้นดินปกติลงจอดได้แบบไม่มีอันตรายอะไรมากมายคงจะรอดตายไปหลายคนแล้วครับ
ทางที่ดีรายงาน E-3 (AWACS) [Airborne Warning And Control System]
หรือ ATC (หอควบคุมการบิน) [Air Traffic Control] ให้ส่งฮอกู้ภัยมารับในตำแหน่งที่เวลาดีดตัวลงไปแล้วน่าจะอยู่ดีกว่า

Q : แล้วจะทำยังไงล่ะถึงจะคำนวนได้ยังไงว่าเชื้อเพลิงไม่หมดกลางอากาศขณะทำภารกิจ?

A : แต่ละภารกิจจะมีการกำหนดเวลาไว้แล้วว่าเมื่อทำเสร็จจะต้องบินกลับฐานทันที ถ้าภารกิจไม่เสร็จทางกองทัพจะจัดชุดบินใหม่เพื่อเข้าไปทำต่อให้เสร็จ
หรือให้หมู่บินอื่นๆที่สามารถทำได้เข้าไปทำในกรณีที่มียุทโธปกรณ์เหมาะสมกับภารกิจ ดังนั้นถ้าทำตามภารกิจได้เสร็จก็หมายความว่ามีเชื้อเพลิงเหลือแม้ว่าจะลงจอดแล้วก็ตาม ที่สำคัญคือต้องบินตามเส้นทางกับความเร็วที่กำหนดไว้
และต้องดูนาฬิกาด้วย แม้จะเหล่ตาไปมองไม่บ่อยแต่ให้พอรู้ไว้ว่าเวลานี้ถึงภารกิจต่อไปหรือยัง

-==การบินหมู่ (FORMATION FLIGHT)==-

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมทหารต้องบินเป็นหมู่? จะว่าบินคนเดียวแล้วเหงา เลยต้อง
เอาเพื่อนไปด้วยก็ไม่ใช่ ความจริงแล้วการบินหมู่เป็นรูปแบบการบินพื้นฐานของการบิน
เครื่องบินรบครับ ทำไม? ก็เพราะว่าในการปฏิบัติการรบ เครื่องบินลำเดียวอาจไม่พอ
สำหรับบรรทุกอาวุธที่เพียงพอในการโจมตีครับ เพราะฉะนั้น ก็เลยต้องเอาเพื่อนไปด้วย เพื่อ
คอยช่วยสนับสนุนเราตอนที่เข้าโจมตี หรือคอยเป็นหูเป็นตา ระวังให้เรา

-==ความสำคัญของการบินหมู่==-

ในการเกาะหมู่จะมีตำแหน่งหลักๆอยู่สองตำแหน่งคือ หัวหน้าหมู่ (LEAD) และ ลูกหมู่
(WINGMAN) กล่าวคือ ตราบใดที่ไม่มีคำสั่งแยก (BREAK OUT) หัวหน้าหมู่ไปไหนลูกหมู่ก็ต้อง
ตามไปติดๆครับ ทั้งสองตำแหน่งนี้จะต้องให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (PROVIDE MUTUAL SUPPORT)
เครื่องบินทุกลำในหมู่ ไม่ว่าจะเป็นการบินหมู่ 2 หรือหมู่ 3 หรือมากกว่านั้น จะต้อง
ระมัดระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากการบินเกาะหมู่นั้นมีความเสี่ยงสูง สามารถจะเกิด
อุบัติเหตุได้อยู่ตลอดเวลา นักบินจึงต้องมีความระแวดระวังอยู่เสมอและต้องมีการตอบสนองที่
ถูกต้องและรวดเร็วครับ

-==แนะคำนำ (เรียงมั่ว)==-

การบินเกาะหมู่นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ยากในการบินที่ต้องอาศัยทักษะและเวลาพอสมควร
นักบินจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในสมรรถนะของเครื่องบินที่บินอยู่ (บินมานานพอสมควร)
บางทีอาจจะบินเลยหัวหน้าหมู่ ควบคุมความเร็วไม่ได้ หลงกับหัวหน้าหมู่ประจำ
ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนที่สม่ำเสมอและ ประสบการณ์ การสื่อสารระหว่างหัวหน้าหมู่
และลูกหมูนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในการบินแบบเกาะหมู่ (และที่สำคัญคือต้องฝึกบ่อยๆครับ)
บางท่านที่เคยฝึกบิน (คงมีมากอยู่พอสมควร แต่จะอยู่ที่นี่หรือเปล่า?) อาจจะคิดว่า "ยากจริงๆ บินไม่ได้อย่างที่คิดเลย"
แต่อย่าเพิ่งท้อว่าเราทำไม่ได้ครับ การบินนั้นง่ายนิดเดียวจริงๆ แต่ยากเยอะเลยครับ (นั่นปะไร...)

-==หน้าที่ของหัวหน้าหมู่และลูกหมู่==-

หัวหน้าหมู่ (FLIGHT LEAD)

-หัวหน้าหมู่จะต้องทราบตำแหน่งของลูกหมู่อยู่ตลอดเวลา
-พร้อมที่จะช่วยเหลือในกรณีที่ลูกหมู่หลงออกไป (LOST WINGMAN)
-เปลี่ยนแปลงท่าทางบินอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง (อยู่ๆหักมุมออกไปฟอร์แมชั่นแตกกระจุยแน่นอน)
-ตรวจสอบว่าลูกหมู่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและให้สัญญาณทุกครั้งก่อนเปลี่ยนทิศทางบินหรือท่าทางการบิน
-แจ้งลูกหมู่ทุกครั้งที่จะเร่งหรือลดความเร็ว เพื่อลูกหมู่จะได้รักษาระยะห่าง (SEPERATION)

ลูกทีม (WINGMAN)

-ฟอร์แมชั่นปกติจะอยู่ทางขวาของหัวหน้าหมู่เสมอ ยกเว้นการทำ 360 OVERHEAD RIGHT BREAK และการเปลี่ยนเป็นฟอร์แมชั่นรูปแบบอื่น
-รักษาหัวหน้าหมู่ให้อยู่ในระยะสายตา (INSIGHT) ตลอดเวลา
-ระมัดระวังอยู่ตลอดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการชน (PREVENT OF COLLISION)
-เมื่อเข้าเกาะ (JOIN) ได้แล้วต้องรายงานตำแหน่งของตนเองให้หัวหน้าหมู่เสมอเช่น STAR02, 4 O’CLOCK HIGH หรือคำสั่งง่ายๆในการรายงานคือ "In Position"
-ระมัดระวังความเร็วและเฝ้าฟังหัวหน้าหมู่ในการเพิ่มหรือลดความเร็ว เพื่อรักษาระยะห่าง
-เชื่อมั่นในหัวหน้าหมู่ (ไม่เชื่อหัวหน้าแล้วจะไปเชื่อใคร)
-กรณีที่เสียหัวหน้าทีมไปลูกทีมจะตัดสินใจว่าให้ใครเป็นหัวหน้าทีมต่อไปโดยเร็วเช่น "FALCON 06. Take Lead"
-เมื่อหัวหน้าทีมสั่งให้ลูกทีมเป็นหัวหน้าทีมจะใช้คำสั่งเช่น "STAR 03. Take Lead" ถ้าอยู่ในสถานะที่สามารถนำฝูงบินได้ก็ตอบกลับไปว่ารับทราบแล้วสลับฟอร์เมชั่นกับหัวหน้าทีม
-เมื่อลูกทีมจะเป็นหัวหน้าทีมหรือต้องการเป็นหัวหน้าทีมเพราะชำนาญพื้นที่หรืออะไรก็ตามลูกทีมจะรายงานหาหัวหน้าทีมว่า "Taking Lead" แล้วหัวหน้าจะตัดสินใจเองว่าจะสลับไปเป็นลูกทีมหรือไม่

คำอื่นๆที่ควรทราบในการบินแบบทหาร
*หลายๆท่านจะทราบไปแล้ว (ก็ทำไปแล้วข้างบน แต่กลับมาใส่อีกรอบ) แต่อธิบายเพิ่มให้อีก

BINGO : เมื่อเชื้อเพลิงเหลือประมาณ 25% เครื่องจะรายงานว่า "BINGO" ไปเรื่อยๆจนว่าเราจะกดรีเซ็ดที่ข้างๆ HUD (น่าจะเขียนว่า "MASTER CAUTION, PRESS TO RESET" นะครับ ผมจำไม่ได้ ไม่รู้ใช่หรือเปล่า?)
นักบินจะรายงานว่า "BINGO FUEL" นั่นคือเชื้อเพลิงใกล้หมด แล้วจะขอกลับฐานโดยรายงานว่า "NOW BINGO FUEL REQUEST RTB" (เป็นโค็ดสำหรับรายงานครับ ไม่ใช่ "บิงโก! เชื้อเพลิงตูหมดแล้วว้อย! จะร่วงแล้ว! ดีใจโว้ย!" แบบนี้ก็ออกจะดูงี่เง่าไปหน่อย)

COMBINE : การที่เครื่องบินจากต่างหมู่บินเข้ามาเกาะเป็นหมู่เดียวกันเช่น FOXTROT มา JOIN กับ ALPHA ก็จะเรียกว่า FOXTROT AND ALPHA COMBINED

RTB : ชื่อเต็มคือ RETURN TO BASE เหมือนที่ผมเคยบอกไป ความหมายคือ "ขอบินกลับฐาน" เช่น STAR 01, REQUEST RTB
หรือการรายงานเพื่อให้ทาง ATC เตรียมการลงจอดให้เช่น STAR01, RTB REQUEST RADAR VECTOR DCT TANGO LIMA (TAKHLI NDB)

RADAR MONITOR : เป็นคำที่ ATC จะพูด แปลว่า เค้าจะคอยเฝ้าระวังใน RADAR ให้เรา
(ว่าเราบินไปตามทิศทางที่เราต้องไปหรือไม่ มี TRAFFIC อยู่ใกล้เราหรือเปล่า)
ฉะนั้นเราจะทำอะไรก็ทำไป เขาจะคอยดูให้ เช่น LINER01, CONTINUE
INBOUND RADAR MONITOR หมายความว่า ให้บินเข้ามาเรื่อยๆ เขาจะคอยดูให้

BREAK : ไม่ได้หมายความว่าให้หยุดนะครับ สะกดคนละแบบกัน Break ในการบินหมายถึงการเลี้ยวฉีก
หรือแยกออกไป เช่นในการทำ LOW BREAK หรือการแยกตัวออกจากหมู่บิน -> BREAK OUT

-==เพิ่มเติมให้เต็ม==-

FULFILL : เน็บติส ****ดผู้ช่วยเติมเต็ม (?)

ลูกทีม Squawk off

-ในการบินเกาะหมู่ เครื่องหัวหน้าทีมจะเป็นผู้ที่เปิด TRANSPONDER ไปที่ TX (SQUAWK MODE CHARLIE)
ส่วนลูกทีมนั้นให้ STANDBY TRANSPONDER ไว้ เหตุผลคือ TAG ของเครื่องจะขึ้นใน RADAR แค่ลำเดียว
(ถ้าเปิดทุกลำจะเป็นอะไรที่รกตา ATC มาก อ่านความสูง ความเร็วก็ไม่สะดวก)

เฝ้าฟังหัวหน้าทีมกับ ATC เสมอ

-ในการบินหมู่หัวหน้าทีมจะเป็นผู้ที่ติดต่อสื่อสารกับ ATC ทั้งหมด แต่ลูกทีมก็ต้องคอยเฝ้า
ฟังคำสั่งจาก ATC ที่ให้กับหัวหน้าทีมเสมอ แล้วจึงบินตามคำสั่งของหัวหน้าทีม ตรวจสอบกับ
หัวหน้าทีมทุกครั้งในการเปลี่ยนคลื่นความถี่

รวมสองทีม

-ในการ COMBINE ระหว่างหมู่บินเช่นเดียวกัน นักบินต้องตัดสินใจว่าจะให้ LEAD ของหมู่ไหน
เป็นผู้รับผิดชอบในการติดต่อสื่อสาร เช่น เมื่อหมู่ STAR มา COMBINE กับหมู่ DELTA อาจจะให้
หัวหน้าหมู่ DELTA เป็นผู้รับผิดชอบในการติดต่อสื่อสาร ดังนั้นเครื่องบิรลำอื่น ยกเว้นเครื่องของ
หัวหน้าหมู่ DELTA ต้อง STAND BY TRANSPONDER และหัวหน้าหมู่ COBRA จะใช้ CALLSIGN ว่า
DELTA STAR COMBINE

แยกฟอร์เมชั่นก่อนลงจอด

-ทุกครั้งก่อน Landing ไม่ว่าจะเป็นการทำรูปแบบใดก็ตามเครื่องบินที่เกาะหมู่บินเข้ามาจะต้องทำการแยก (Break Out)
ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้วว่าให้ตายหรือดิ้นชักน้ำลายฟูมปากยังไง ATC ก็ไม่ยอมให้เครื่องบินลงจอดในเส้นทางเดียวกันขณะที่ลำอื่นยังไม่ออกจากลาน Take off แน่นอน
ลูกทีมจะต้องปรับ TRANSPONDER ไปเป็น MODE C และติดต่อกับ ATC ด้วย
CALLSIGN ของตนเอง เช่น เมื่อหมู่ DELTA BREAK OUT ลูกหมู่ก็จะใช้ CALLSIGN DELTA01,
DELTA02 ตามลำดับ ยกเว้นกรณีเกาะหมู่ลงจอด (FORMATION LANDING) ซึ่งสามารถทำได้มาก
สุด 2 ลำเท่านั้น เครื่องที่เกาะหมู่ 3 ขึ้นไปต้องทำการ BREAK OUT ออกไปซะก่อน

หัวหน้า BREAK ก่อน

การบินเกาะหมู่เข้ามาทำ 360 OVERHEAD (จะได้เรียนรู้ทีหลัง) หัวหน้าหมู่จะเป็นคน BREAK ก่อนเสมอ โดย
เครื่องหัวหน้าหมู่จะอยู่ทางด้านทิศทางที่จะ BREAK เช่น ถ้าสนามบินนั้น BREAK ทางขวา (ถ้าเส้นทางการบินทำให้สนามบินอยู่ทางขวา)
ลูกหมู่จะต้องเกาะหัวหน้าหมู่ทางด้านซ้าย หลังจากที่หัวหน้า BREAK แล้ว ลูกหมู่จะนับ 6 วินาที แล้วจึง BREAK ตามออกไปครับ

บินสี่ลำฟอร์เมชั่น

-การบินแบบเกาะหมู่จะมีหน้าที่สำรองและแจ้งรายงานต่างๆเพื่อให้ลำอื่นรับรู้
การอธิบายแบบคร่าวๆนี้เป็นภาพที่มองจากด้านบนหรือจากด้านหลังของฟอร์เมชั่น (จะเห็นเป็นรูปแบบสี่เหลี่ยมแนวตะแคงครับ)
จุดที่หนึ่ง ฟอร์เมชั่นปกติ ข้างหน้าสุดตรงกลาง "Flight Lead"
จุดที่สอง ฟอร์เมชั่นปกติ ทางซ้ายเยื้องไปข้างหลัง "Wingman 2"
จุดที่สาม ฟอร์เมชั่นปกติ ทางขวาเยื้องไปข้างหลัง "Element Fight"
สุดที่สี่ ฟอร์เมชั่นปกติ ข้างหลังสุดตรงกลาง "Wingman 4"

----------

-==ขั้นตอนการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ==-

1. Radio - ต้องการเติมเชื้อเพลิง (รายงานหา Tanker)
2. TCN - เลือกแชนแนล TCN (TEXACO)
3. TCN Mode - ตั้งค่า A/A TR - BCKUP MODE (Backup Mode)
4. Heading - เริ่มบินไปตามเส้นทาง (HSI) (การบินเหมือน Intercapt โดยการไล่ตามหลังเครื่องบินศัตรูไปเรื่อยๆ)
5. Altitude - ระดับความสูงของ Tanker จะอยู่ที่ 1000 FT (ระยะปกติคือ 1000 FT ยกเว้นแต่ Tanker มีเหตุจำเป็นที่ต้องบินสูงขึ้นหรือต่ำลง)
6. Master Arm - ตรวจสอบความปลอดภัย
7. Sensors - ตรวจสอบจุดสำหรับการนำเข้าเชื้อเพลิง (BFR PRE CTC)
8. Pre-Contact - ตรวจสอบ AR/MS เพื่อเปิดสัญญาณไฟ (ให้ Tanker รับทราบว่ากำลังจะเข้าไปใกล้ๆ)
9. Boom Operator - ทำตามคำแนะนำของ Tanker และทำตามสัญญาณไฟที่ Tanker ให้
10. Refuelling - รักษาระยะและความเร็วระหว่างเติมเชื้อเพลิง
11. Fuel - เมื่อเต็มเชื้อเพลิงเสร็จก็ตรวจสอบการเติมเชื้อเพลิง (ประมาณจำนวนเชื้อเพลิง)

----------

รูปแบบต่างๆในการแยกแยะหมวดหมู่ของทหาร

Assault (แอสเซ้าท์) - หน่วยจู่โจม
Heavy Assault (เฮฟวี่ แอสเซ้าท์) - หน่วยจู่โจมแบบเต็มกำลัง (กลหนักพวก M249 หรือ M60)
Scout (สเค้าท์) - หน่วยสอดแนม
Scout Sniper - พลซุ่มยิงลาดตะเวน
Sniper (สไนเปอร์) - หน่วยจู่โจม
Support - หน่วยสนับสนุน
Allied (แอลไลด์) - พันธมิตร (พวกทุนนิยม... ได้ยินบ่อยๆว่าแบบนั้น)

*จะเพิ่มเติมเข้ามาอีกในภายหลัง*

----------

การทำหน้าที่ของหน่วยรบต่างๆ
-ระหว่างนี้ก็รอข้อมูลเพิ่มเติมไปก่อนก็แล้วกัน-

-ชื่อเรียกจะมีภารกิจหรือเรียกย่อๆว่า "Ops" ชื่อเต็มคือ "Operatives" (โอเปอร์เรทีพ) ก็คือทหารที่ปฏิบัติหน้าที่พิเศษนะครับ
*อีกความหมายของ "Ops" คือ "เทพธิดาแห่งความอุดมสมบูรณ์" ครับ ใจเย็นๆแล้วค่อยๆแยกแยะสิ่งต่างๆออกจากกันอย่าให้เข้าใจผิดแล้วมาหาว่าผมมั่วนะ

-==Delta Force==-

หน่วยรบที่ทำงานร่วมกับกองพลภูผาหรือหน่วยแรนเจอร์ เป็นหน่วยรบพิเศษสำหรับเป็นกองกำลังรบโดยตรง เดลต้าจะเป็นฝ่ายทำหน้าที่และภารกิจต่างๆรวมถึงบุกทะลวงข้าศึกด้วย

-==Army Ranger==-

อามี่ แรนเจอร์หรือกองพลภูผาในชื่อ "Mountain" หน่วยรบหลักและหน่วยรบพิเศษของกองทัพที่มีความสามารถในการรบสูง รวมถึงอาวุธหนักต่างๆที่สู้รบได้เต็มประสิทธิภาพ
ว่ากันง่ายๆคือกองกำลังทหารสำหรับสงครามนั่นเองครับ (ขนาดหน่วยรบที่ธรรมดาที่สุดยังเป็นหน่วยรบพิเศษเลย)

-==S.A.S.==-

ชื่อเต็มคือ Special Air Service (สเปเชี่ยว แอร์ เซอร์วิส) แปลตามตัว(ตรงไหน?)เป็น หน่วยรบพิเศษทางอากาศ หน่วยรบพิเศษที่เคลื่อนไหวด้วยกำลังพลขนาดย่อมเพียงไม่กี่คน เป็นทหารที่ถูกฝึกมาในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
สามารถทำในภารกิจต่างๆแบบไม่อึกทึกครึกโครม (บุกเข้าไปแบบเงียบๆก่อนที่จะเปิดฉากระดมยิง)

-==SEAL==-

ชื่อเต็มคือ Sea, Air, Land แปลตามตัวเป็น ทางน้ำ, ทางอากาศ, ทางบก เป็นหน่วยรบที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทุกที่ไม่ว่าจะบนบกหรือในน้ำ หน่วยรบนี้มักจะทำภารกิจที่ต้องทำกลางน้ำหรือใต้น้ำ
ถ้านึกถึงบนน้ำก็คงจะไม่พ้นเรือยางของหน่วย SEAL หรอก

-==Task Force==-

หน่วยรบที่พิเศษกว่าหน่วยอื่นๆ ชื่อคือ "กองกำลังทหารเฉพาะกิจ" คือเป็นทหารฝีมือดีมากๆที่ผ่านสงครามมาเลยก็ว่าได้ สามารถลุยเดี่ยวได้ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดๆ และเป็นหน่วยรบที่บอกได้เลยว่าทำภารกิจยากๆได้สำเร็จ
หน่วยรบนี้เป็นหน่วยจู่โจมเต็มกำลัง ไม่อ้อมค้อม บุกฝ่าทะลวงเข้าไปเลย แค่ก็อยู่กับภารกิจว่าจะจู่โจมเข้าไปเลยหรือลักลอบเข้าไป หน่วย Task Force ไม่ได้มีหน้าที่ไปรบแนวหน้าอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นหน่วยที่จะออกไปทำตามภารกิจเฉพาะที่ได้รับเท่านั้น
มีหลายหน่วยเช่น Task Force 141, Task Force Delta, Task Force Ranger

-==CIA==-

ชื่อเต็มคือ Central Intelliqence Agency (เซ็นทรัน อินเทลริเค่น อเจนซี่) แปลตามตัวเป็น หน่วยงานสืบสวนส่วนกลาง ชื่อจริงๆคือ "สำนักงานสืบราชการลับ" หน้าที่ก็คือหน่วยข่าวกรองที่ทำหน้าที่ผ่านดาวเทียวในการหาข้อมูลต่างๆตลอดเวลารวมถึงช่วยในการรบด้วย
หน้าที่ซีไอเอที่จะต้องออกไปทำหน้าที่บ้างก็มีเช่นคุ้มกันประธานาธิปดี ซึ่งจะรู้ในชื่อ "Secret Service" (ซีเค็ท เซอร์วิส) [บอกตามตรงว่าผมเข้าใจผิดมานานพอสมควรว่าเป็น Central Intelli "g" ence Agency เพราะคำว่า Intelligence มันก็มาแนวว่าฉลาด, ข่าวกรอง, การสืบราชการลับ เลยจำจนเป็นแบบนี้ แต่ผมก็ยังคิดว่าการใช้แบบนี้ก็ถือว่ายังถูกนิดๆนะ ฮา]
CIA มีบทบาทสำคัญในสงครามเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสายสืบหรือสปายลอบเข้าไปหาข้อมูลต่างๆ แต่ก็มีความเสี่ยง ถ้าถูกจับได้ล่ะก็อาจไม่มีชีวิตรอดกลับมาถ้าไม่ได้เล่น GTA IV ที่ต้องวิ่งหนีตำรวจแบบตับแตกไปข้างนึง

-==FBI==-

ชื่อเต็มคือ Federal Bureau of Investigation (เฟเดเรล บิวโร ออฟ อินเวสติเกชั่น) แปลตามที่มีอยู่แล้วคือ สำนักงานสืบสวนของสหรัฐอเมริกา ไม่ได้มีหน้าที่ไปทำสงครามใดๆ มีหน้าที่จับกุมผู้ร้ายและการจ่อจราจลต่างๆเหมือนกับตำรวจ แต่จะจับตายตามปกติถ้าไม่มีการจับเป็น

-==SWAT==-

ชื่อเต็มคือ Special Weapons And Tactics (สเปเชี่ยว เวพ่อน แอ่น แทคติค) แปลตามตัวคือ อาวุธและการวางแผนแบบพิเศษ มีหน้าที่จับเป็นผู้ร้าย ทำงานเป็นทีม และอุปกรณ์แบบต่างๆในการไขประตู ระเบิดประตู กล้องลอดผ่านประตูไว้สำรวจ ระเบิดควัน ระเบิดแสง (แฟลช)
รวมถึงการช่วยตัวประกันจากการถูกจับไว้ด้วย ถ้าจำเป็นจริงๆคือต้องจับตายคนร้ายเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน การบุกเข้าไปถึงตัวผู้ร้ายที่กำลังจี้ตัวประกันอยู่ มีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่จะตัดสินใจ ถ้าบอกให้ผู้ร้ายทิ้งอาวุธแต่ไม่ทิ้งก็จะต้องตัดสินใจว่าจะยิงทิ้งหรือยิงให้บาดเจ็บ
แต่ถึงเป็นหน่วยสวาท ไม่ว่าสถานการณ์แบบไหนก็วางแผนไว้ก่อน ถ้าคนร้ายไม่ยอมทิ้งอาวุธทีมอื่นก็สามารถสนับสนุนได้เช่นยิงจากด้านหลังหรือโยนระเบิดแสงออกไปโดยจะรายงานถึงกันตลอดเวลา (สเปย์ทำให้แสบตายังมีเลย)

----------

-==NASA==-

มะ... ผมเชื่อว่าหลายๆคนไม่รู้ชื่อเต็มนอกจาก "นาซ่า" ที่เรียกๆไปเรื่อยๆนั่นแหละ ผมจะไม่อ้อมค้อมและบอกแค่นิดๆหน่อยให้พอรู้นะ

-National Aeronautic and Space Administration-
(เนชั่นเนล แอโรนัวทิค แอ่น สเปส แอดมินนิสทราชั่น)
-หน่วยงานวิทยาศาสตร์และอวกาศแห่งชาติ-

เป็น องค์การอวกาศแห่งชาติของประเทศอเมริกา
ก็คงรู้ๆกันอยู่ว่ามีหน้าที่ด้านไหนบ้าง ผมก็จะไม่พล่ามให้มากความไปกว่านี้ (แค่ชื่อก็แปลตามตัวแล้ว ตามชื่อจริงๆผมไม่ได้หา เพราะเรียกแต่ชื่ออังกฤษเต็มๆตลอดถ้าไม่จำเป็น)

----------

-==U.N.==-

ที่รู้ๆกันอยู่ว่าสหประชาชาติหรือยูเอ็นก็สนับสนุนสหรัฐในด้านการรบและช่วยเหลือในด้านต่างๆ ผมเองไม่ค่อยรู้ข้อมูลมากนักก็ข้ามๆไปแล้วกัน

-United Nations-
(ยูไนเต็ด เนชั่น)
-องค์การสหประชาชาติ-

สหประชาชาติได้สนับสนุนในด้านต่างๆไม่ว่าจะช่วยรบหรือดูแลชาวบ้านในพื้นที่สงคราม ผมเองก็ไม่ทราบว่าสนับสนุนประเทศไหนบ้างแต่สนับสนุนสหรัฐอยู่ ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็ติดตามกันเอาเองนะครับ ผมจะนำมาให้ทีหลัง

----------

-==NATO==-

"นาโต้" คุ้นหูกันไหม? อาจจะเคยได้ยินแต่สนใจไหมล่ะ? เรื่องนี้ผมก็ตอบไม่ได้อยู่ดี

-North Atlantic Treaty Organization-
(โนท แอตแลนติก เทตที่ ออเกไนเซชั่น)
-องค์การณ์สนธิสัญญาทางแอตแลนติกเหนือ-

เรียกง่ายๆคือ "องค์การนาโต้" (ง่ายจริงๆเนาะ) ส่วนองการณ์สนธิสัญญาฯผมก็มั่วตามความหมายอีกตามเคย มีหน้าที่อะไรผมก็ไม่ทราบ แต่ก็มีหลายๆหน้าที่เหมือนกัน เช่นช่วยในการรบหรือคล้ายๆกับ UN แต่อยู่คนละทวีปหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ พอแล้ว งง

----------

U.S.A. = สหรัฐอเมริกา, United States of America, United States of Army (ยูไนเต็ด สเตท ออฟ อเมริกา, ยูไนเต็ด สเตท ออฟ อามี่) [เมืองหลวง : วอชิงตัน ดี.ซี. , Washington D.C.]
U.S.S.R. = โซเวียต, Union of Soviet Socialist Republics (ยูนิออน ออฟ โซเวียส โซเคียวลิส รีพับลิค) [เมืองหลวง : มอสโคว, Moscow]
Russia = รัสเซีย [เมืองหลวง : มอสโคว, Moscow]
DPRK = เกาหลีเหนือ, Democratic People' Republic of Korea (เดโมเคทิค พีเพิล รีพับลิค ออฟ คอเรีย) [เมืองหลวง : ไม่รู้เฟ้ย!!! รู้อย่างเดียวคือมันเอาเครื่องบินของรัสเซียไปใช้ ไอ้พวก F*cked Up เอ้ย!!!!!!]
ROE = เกาหลีใต้, Republic of Korea (รีพับลิค ออฟ คอเรีย) [เมืองหลวง : โซล มั้ง?]

* การออกเสียงแบบรัสเซียในการเรียกเมืองหลวงนี้จะอ่านว่า "มอสกาว"
* Union of Soviet Socialist Republics = สาธารณะรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพโซเวียต (แปลตามตัวนะครับ ผิดหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ)
* Democratic People' Republic of Korea = สาธารณะรัฐประชาประชาธิปไตยแห่งเกาหลี (แปลตามตัวมั่วเอาเองเหมือนเดิม)
* Republic of Korea = สาธารณะรัฐเกาหลี

ปัจจุบันเกาหลีใต้ก็กัดกับเกาหลีเหนืออยู่เหมือนเดิม กินกันไม่ลงสักที ไม่รู้เพราะอะไร ผู้นำเกาหลีใต้ก็เดี้ยงไปเมื่อธันวาคมปี 2011 นี่เอง จะจบเรื่องนิวเคลียร์หรือจะยิงกันให้ดับไปข้างนึงเอาสักอย่างสิฟะ ประชาชนเกาหลีเหลือจะอดตายกันหมดล่ะ เออดี ตายให้หมดซะ ผู้นำไม่ได้เรื่อง - -*

----------

-==AI==-

รู้จักกับระบบ "AI" (เอไอ) ก็คงรู้กันดีว่า AI นั้นหมายถึงอะไร แต่รู้หรือเปล่าว่า AI มาความหมายว่าอย่างไร? ฮะๆๆ ถ้ารู้หมดทุกคนผมก็คงจะไม่มาใส่ให้ล่ะนะ

-Artificial Intelligence-
(อาร์ทิฟิคเคิล อินเทลลิเจ็นซ์)
-ระบบสังเคราะห์อัจฉริยะ-

อีกชื่อนึงที่ตั้งจริงๆคือ "ปัญญาประดิษฐ์" ส่วนที่ชื่อว่าระบบสังเคราะห์อัจฉริยะนั่นผมซี้ซั้วตั้งเอาเองเหมือนเคย (ก็ตูไม่ชอบคำว่าปัญญาประดิษฐ์นี่หว่า - -*) แน่นอนว่ามีผมคนเดียวที่เรียกแบบนี้ เพราะทุกคนเรียก "ปัญญาประดิษฐ์" หมด อะไรจะแหกกฏของคนตั้งชื่อและระห่ำมั่วได้แบบนี้นะตู
Artificial Intelligence หมายถึง การศึกษาทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ทางหนึ่งที่พยายามจะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถคิดหาเหตุผลได้ เรียนรู้ได้ ทำงานได้เหมือนสมองมนุษย์
แน่นอนว่าถึงท่านจะไม่รู้ว่ามีความหมายแบบนี้แต่ในใจลึกๆของท่านรู้อยู่แล้วว่า "AI" คือระบบที่สามารถทำงานเองได้ คิดเองได้ ทำอะไรเองได้ กำลังเล่นเกม เดินอยู่ดีๆ มันก็โพล่ออกมายิงท่านเองได้
นี่คือระบบ AI แต่ระบบ AI มีหลายรูปแบบในการทำงานซึ่งผมจะไม่แยกแยะให้มากมายไปมากกว่านี้นะครับ
แน่ว่านอนที่ผมพูดถึงนี่ AI มีการใช้ในกองทัพทหารแน่ ไม่ว่าจะในเครื่องบินรบหรืออยู่ในรูปแบบอื่น

----------

คำย่อต่างๆที่ใช้ในกองทัพและศัพท์ต่างๆในการรบ (คำย่อของศัพท์ปกติจะไม่มี)
บางส่วนผมใส่เป็นภาษาไทยลงไปข้างล่างตรงรายละเอียดยานพาหนะต่างๆเพื่อความสะดวกในการอ่านครับ จะเหลือแค่บางส่วนที่ผมใส่เป็นอักศรย่ออยู่

HQ = Headquarters, กองบัญชาการ
HUD = Head-Up Display, หน้าจอบอกสถานะ
AOA = Angle of Attack, มุมโจมตี
ADI = Attitude Director Indicator, ตัวบอกแนว [เครื่องบิน] (ถ้าเครื่องบินตะแคงเจ้าตัวนี้ก็จะตะแคงตาม ทำให้เรารู้ว่าเครื่องบินกำลังเอียงและดิ่งไปทางไหน)
MBT = Main Battle Tank, รถถังหลักในการรบ
APC = Armored Personnel Carier, รถหุ้มเกราะลำเลียงพล
HSI = Horizontal Situation Indicator, ตัวบอกสภาพแนวนอน [เครื่องบิน]
KNOTS = Nautical miles per hour, ไมล์ทะเลต่อชั่วโมง
MSL = Mean Sea Level, ค่าเฉลี่ยระดับน้ำทะเล
MFD = Multi-Function Displays, หน้าจอตัวเลือกการทำงานแบบหลายรูปแบบ [เครื่องบิน]
SA = Situational awareness, รับรู้ตำแหน่ง [เครื่องบิน]
HARTs = Horn Awareness Recovery Training, สัญญานบอกการคืนสภาพ [เครื่องบิน] (เป็นหน้าจอฟีทที่บอกว่าอยู่ในระดับสูงเท่าไหร่เพื่อเตรียมตัวรับแรง G และความเร็วที่ดิ่งลงเพื่อรักษาสภาพการทรงตัว)
RTB = Return to Base, กลับฐานทัพ [เครื่องบิน] (อักษรย่อใช้กับเครื่องบินรบ หน่วยรบภาคพื้นดินมักจะใช้คำเต็ม)
ATC = Air Traffic Control, หอควบคุมการจราจรทางอากาศ, หอควบคุมการบิน
EPU = Emergency Power Unit, หน่วยพลังงานยามฉุกเฉิน [เครื่องบิน]
FCC = Fire Control Computer, ควบคุมการยิงด้วยคอมพิวเตอร์
SMS = Stores Management System, ระบบจัดการยุทโธปกรณ์ [เครื่องบิน]
UFC = Up Front Controls, ควบคุมการยกข้างหน้า [เครื่องบิน] (ระบบป้องกันไม่ให้ด้านหน้าของเครื่องบินเชิดขึ้น)
GPS = Global Positioning System, ระบบหน้าจอบอกตำแหน่ง
DL = Data Link, เชื่อมต่อข้อมูล
JFS = Jet Fuel Starter, เริ่มต้นการเติมน้ำมันให้เครื่องบิน [เครื่องบิน]
INS = Intertial Navigation System, ระบบนำร่องผสมผสาน [เครื่องบิน]
FCR = Fire Control Radar, ควบคุมการยิงด้วยเรดาห์ [เครื่องบิน]
RDR ALT = Radar Altimeter, เรดาห์วัดความสูง [เครื่องบิน]
STBY = Standby, เตรียมพร้อม [เครื่องบิน] (ชื่อย่อ)
EWS = Electronic Warfare System, ระบบการสู้รบอิเล็คทรอนิกซ์ [เครื่องบิน]
NWS = Nose Wheel Steering, ล้อสำหรับลงจอด [เครื่องบิน] (ล้อหลังสำหรับรับแรงกระแทกตอนลง)
AB = Afterburner [เครื่องบิน] (ใช้ร่วมคำสั่งเช่น "Full AB" หรือ "Min AB" ครับ)
FLCS = Flight Control System, ระบบความคุมการบิน [เครื่องบิน] (อีกชื่อย่อคือ"flickus")
CAP = Critical Action Procedures, ขั้นตอนการปฏิบัติในช่วงอันตราย [เครื่องบิน]
MPO = Manual Pitch Override, รูปแบบการทำโอเวอร์ไรด์แนวขวาง [เครื่องบิน]
CRS = Course, เส้นทาง [เครื่องบิน] (ตอนลงจอด)
CDI = Course Deviation Indicator, ตัวบอกการเบี่ยงเบนเส้นทาง [เครื่องบิน]
TR = Transmit Receive, รับการปล่อยสัญญาน
DCS = Data Command Switch, คำสั่งสลับข้อมูล
ICP = Integrated Control Panel, ช่องควบคุมแบบรวม [เครื่องบิน]
DED = Data Entry Display, หน้าจอตัวกรองข้อมูล [เครื่องบิน]
ETE = Estimated Time Enroute, ประมาณเวลาของเส้นทาง
HSD = Horizontal Situation Display, หน้าจอบอกสภาพแนวนอน [เครื่องบิน] (เหมือนเวลาเรามองจากข้างบนลงมาที่เครื่องบินของตัวเอง)
RTN = Return, ย้อนกลับ [เครื่องบิน]
ACM = Air Combat Maneuvering, การสู้รบกลางอากาศ [เครื่องบิน] (ระบบ Air-to-Air ของเครื่องบินรบ)
RWS = Range While Search, ค้นหาระยะในช่วงเวลาหนึ่ง (ระบบค้นหาระยะยิง)
LRS = Long Range Scan, วิเคราะห์ระยะขนาดไกล [เครื่องบิน] (มิสไซด์เครื่องบินรบประเภท AIM "Sparrow Missiles/AMRAAM/etc.")
SAM = Situation Awareness Mode, ระบบการรับรู้สถานการณ์ (ระบบช่วยจับสัญญานเครื่องบินประเภทต่อต้านอากาศยาน)
TWS = Track While Scan, หน้าจอวิเคราะห์สถานการณ์ [เครื่องบิน] (เครื่องบินเราจะอยู่ตรงกลาง และลำอื่นๆถ้าเข้ามาในระยะก็จะปรากฏในจอ)
VSR = Velocity Search Range, ระยะค้นหาอัตราความเร็ว [เครื่องบิน]
ACM = Air Combat Mode, รูปแบบปฏิบัติการทางอากาศ [เครื่องบิน] (รูปแบบพร้อมรบของเครื่องบินรบ)
RWR = Radar Warning Receiver, สัญญานเตือนภัยด้วยเรด้าร์
EEGS = Enhanced Envelope Gun Sight, ตัวปรับการเล็งปืนให้ดีขึ้น [เครื่องบิน] (อีกชื่อย่อคือ "eegz")
MRGS = Multiple Reference Gun Sight, ตัวอ้างเป้าปืนแบบหลายรูปแบบ [เครื่องบิน] (คล้ายๆกับเกม สามารถเปลี่ยนรูปแบบของเป้าเล็งได้)
LCOS = Lead Computing Optical Sight, ตัวคำนวนระยะเล็ง [เครื่องบิน]
WEZ = Weapon Engagement Zone, เขตสู้รบของอาวุธ [เครื่องบิน] (จะเห็นได้ตอนเรียนเกี่ยวกับการยิงมิสไซด์ รูปแบบมันจะคล้ายๆกับสนามแม่เหล็กบนดาวต่างๆ เป็นระยะที่อาวุธสามารถโจมตีโดนได้ในระยะที่กำหนด)
DLZ = Dynamic Launch Zone, สนามพลังการปล่อย [เครื่องบิน] (แรงและมุมในการปล่อยมิสไซด์)
AMRAAM = Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile, มิสไซด์จากอากาศสู่อากาศระยะกลางอย่าง (แอตวานซ์? ที่มัน...ยังไง? ผสมคำไม่ถูก)
TOF = Time of Flight, เวลาในการบิน (ระยะเวลาของมิสไซด์ก่อนที่จะหมดเชื้อเพลิง)
PK = Probability of Kill, ความเป็นไปได้ในการฆ่า (โอกาศของมิสไซด์ที่จะถึงตัวเป้าหมาย)
MRM = Medium-Range Missile, มิสไซด์ระยะปานกลาง (อันนี้ผมก็ไม่ทราบว่าระยะกลางคือไกลเท่าไหร่ แต่อยู่ที่ความเร็วและเชื้อเพลิงของแต่ละประเภทน่ะครับ)
AGRM = Air-to-Ground Radar Mode, รูปแบบเรด้าร์การโจมตีจากอากาศสู้พื้นดิน [เครื่องบิน]
GM = Ground Map, แผนที่ภาคพื้นที่ [เครื่องบิน] (หน้าจอเขียวๆที่จะมีเป้าล็อคยานพาหนะถาคพื้นดินและ Horizon คอยกำกับ)
GMT = Ground Moving Target, ยูนิตภาคพื้นดินแบบเคลื่อนไหว [เครื่องบิน] (เหมือนกับอันข้างบนแต่จะเคลื่อนไหวตลอดเวลา)
OSB = Option Select Button, แผงตัวเลือกการตั้งค่า [เครื่องบิน]
CCRP = Continuously Computed Release Point, ระบบคำนวนความต่อเนื่องการเปลี่ยนแปลงจุด [เครื่องบิน]
LGB = Laser-Guided Bombs, นำทางระเบิดด้วยเลเซอร์ [เครื่องบิน]
TD = Target Designator, ตั้งเป้าหมาย
CZ = Cursor Zero, ระดับศูนย์ [เครื่องบิน] (โหมด Ground Map)
CCIP = Continuously Computed Impact Point, ระบบคำนวนความต่อเนื่องผลกระทบของจุด [เครื่องบิน] (จุดที่ว่าคือเป้าหมายภาคพื้นที่ล็อคเป้าไว้อยู่)
AGR = Air-to-Ground Ranging, ระยะจากอากาศสู่พื้น [เครื่องบิน]
RP = Release Pulses, ปลดปล่อยชีพจร [เครื่องบิน] (ระบบทิ้งระเบิดของเครื่องบินรบ)
SOI = Sensor of Interest, เซ็นเซอร์ดึงดูด [เครื่องบิน]
AGM = Air-to-Ground Missile, มิสไซด์จากอากาศสู่พื้น [เครื่องบิน]
IIR = Imaging Infrared, อินฟราเรดจำลองภาพ [(จำลองภาพมิสไซด์ที่ยิงออกไปกำลังเห็น)
IR = Infrared, กล้องตรวจจับความร้อน
IFV = Infantry Fighting Vehicle, ยานพาหนะต่อสู้ทหาร
AAA / AA = Armored Anti Aircraft Artillery, ยานเกราะต่อต้านอากาศยาน
MRLS = Multiple Rocket Launcher System, ระบบยิงจรวดหลายลูก (ส่วนมากจะเป็นรูปแบบรถ ยิงมิสไซด์สนับสนุนระยะไกลขนาดเป็นไมล์ๆ ทีละหลายๆลูก แต่ประมาณ 30-60 วิจะยิงออกไป 1-6 ลูก ไม่สิๆ แล้วแต่ละประเภท BM-21 สามารถยิงได้ 40 ลูกภายในเวลาไม่ถึงสองนาที)
AT = Anti-Tank, ต่อต้านรถถัง
TNT = Trinitrotoluene, วัตถุระเบิดแรงสูง (วัตถุระเบิดแรงสูงชนิดหนึ่งที่มีสีเหลือง คงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มมากมายนะครับ ขอตัวเอามันไปทำไดนาไมค์ก่อน)

*พอใจหรือยัง แต่ยังไม่หมด ผมขอหยุดแค่นี้นะ

คำย่อกระสุนในรูปแบบต่างๆ

HE = หัวระเบิด (High Explosive) (ไฮ เอ็กโพลซีพ)
AP = กระสุนเจาะเกราะ (Armor Piercing) (อามเมอร์ ไพร์ชิ่ง)

? (จะใส่ว่าอะไรดี เว้นไว้ก่อนแล้วกัน)

-Light Tank
รถถังขนาดเล็ก เคลื่อนที่ได้เร็ว เกราะไม่หนา คงจะพอๆกับรถหุ้มเกราะแต่หนากว่านิดหน่อย ความสามารถโดยทั่วไปมักไม่ต่างจากรถถังขนาดกลาง แต่เคลื่อนที่ได้เร็วและสะดวกกว่า

-Medium Tank
รถถังขนาดปานกลาง หรือก็คือรถถังขนาดปกติพวก M1A2 เป็นรถถังหลักในการรบ ทั้งเกราะหนา ความเร็ว และประสิทธิภาพโดยรวมถือว่าสามารถอยู่ในภารกิจได้นานและเดินทางได้ในระยะไกล

-Heavy Tank

รถถังอะไรดี? ตามชื่อเลยแล้วกัน ก็นะ เป็นรถถังที่เกราะจะหนาเป็นพิเศษ ของจริงไม่รู้รุ่นไหน แต่ในเกมมีแน่ๆ แต่แบบล้ำยุคไปหน่อย เคลื่อนที่ช้า โจมตีได้รุนแรง และระบบต่างๆจะมากกว่า

ทิศ

N = North, เหนือ
S = South, ใต้
E = East, ตะวันออก
W = West, ตะวันตก

เวลาเรียกทิศทางเฉียงจะไม่มี East หรือ West ขึ้นก่อน จะมีแค่
Northeast, Northwest, Southeast, Southwest

MIDEAST (Middle East) = ตะวันออกกลาง ตั้งแต่ลิเบียถึงอัฟกานิสถานและอิสราเอล
MIDWEST (Middle West) = ทางตะวันตกของอเมริกา

ชื่อเต็มเกี่ยวกับคำย่อต่างๆ
ความหมายต่างคงไม่ต้องบอกนะครับ เพราะคงรู้กัน จะให้แปลทุกอันคงไม่ไหว เพราะข้างบนนั้นอันนี้ไม่มีชื่อก็ตั้งตามชื่อระบบอังกฤษเลย หาคำให้เหมาะยากจริงๆ

A-A = Air-to-Air
A-G = Air-to-Ground
AAA = Anti-Aircraft Artillery Battery
AAM = Air-to-Air Missile
AB = Afterburner
ACM = Air Combat Mode
ADI = Attitude Direction Indicator
AGL = Altitude above Ground Level
AGM = Air-to-Ground Missile
AGM-65 =Maverick air-to-ground missile
AGM-88A = High-Speed Anti-Radiation Missile หรือ HARM
AGR = Air-to-Ground Ranging
AIM = Air Intercept Missile
AIM-7 = Medium-range radar-guided missile หรือที่รู้จักในชื่อ "Sparrow"
AIM-9M = ปะทะได้ทุกมุม IR Air Intercept Missile
AIM-9P = ปะทะมุมด้านหลัง IR Air Intercept Missile
AIM-120 = Radar-guided AMRAAM
ALT = Altitube above sea level
AMRAAM = Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile
AOA = Angle Of Attack
APC = Armored Personnel Carrier
ATC = Air Traffic Control
ATO = Air Tasking Oder
AVTR = Airborne Video Tape Recorder
AWACS = Airborne Warning And Control System
VS = Velocity Search
VMS = Voice Message System
UFC = Upfront Controls
TWS = [1] Track While Scan mode [2] Threat Warning System
TOT = Time Over Target
TOS = Time Over Steerpoint
TMS = Target Management Switch
TD = Target Designator
TACAN = Tactical Air Navigation
STT = Single Target Track
SRM = Short-Range Air-to-Air Missile
SEAD = Suppression of Enemy Air Defenses
SAR = Search And Rescue
SA-2 = ระบบ SAM รุ่นเก่าสร้างโดยโซเวียต "Guideline"
SA-3= ระบบ SAM ลูกใหญ่สร้างโดยโซเวียต "Ganef"
SA-5 = ระบบ SAM ความเร็วสูงสร้างโดยโซเวียต "Gammon"
SA-6 = ระบบ SAM เสริมประสิทธิภาพจากรุ่นก่อนสร้างโดยโซเวียต "Gainful"
SA-7 = ระบบ SAM มิสไซด์ขนาดใหญ่จำกัดระยะยิงสร้างโดยโซเวียต "Grail"
SA-8 = ระบบ SAM ขนาดเล็กสามารถเคลื่อนที่และตั้งเป้ายิงแทนรุ่นเก่าประเภท AAA สร้างโดยโซเวียต "Gecko"
SA-13 = ระบบ SAM ที่พัฒนาจาก SA-9 "Gaskin" ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วสร้างโดยโซเวียต "Gopher"
SAM = [1] Surface-to-Air-Missile [2] Situation Awareness Mode
RTB = Return to Base
ROE = Rules of Engagement
RESCAP = Rescue Combat Air Patrol
Recon = Reconnaissance
Radar = Radio Detection And Ranging
PATRIOT = Phased-Array Tracking Radar Intercapt on Target
OCA = Offensive Counter Air
NOE = Nap Of the Earth (บินต่ำๆเพื่อหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์ฝ่ายศัตรู มักใช้กับเครื่องบินรบ) [nap แปลว่า งีบหลับ]
NM = Nautical Miles
NCTR = Non-Cooperative Target Recognition
MSL = [1] Mean Sea Level [2] Missile Override Mode
MRM = Medium-Range Air-to-Air Missile (ประเภท AIM-120 หรือ AIM-7)
MRGS = Multiple Reference Gun Sight
LOS = Line Of Sight
LGBs = Laser-Guided Bombs
JSTARS = Joint Surveillance and Target Acquisition Radar System
ILS = Instrument Landing System
IFV = Infantry Fighting Vehicle
IADS = Integrated Air Defense System
HUD = Head-Up Display
HTS = HARM Targeting System
HE = High Explosive
HARTS = Hardened Artillery Shelter
HART = Horn Awareness Recovery Traning
HARM = High-Speed Anti-Radiation Missile
G = Gravity
FLOT = Forward Line Of Troops
FCC = Fire Control Computer
FCR = Fire Control Radar
FAC = Forward Air Controller
ETE = Estimated Time Enroute
ETA = Estimated Time if Arrival
EOB = Electronic Order of Battle
EO = Electro-Optical
EFOV = Extended Field of View
EEGS = Enhanced Envelope Gun Sight
ECM = Electronic Countermeasures
DPRK = Democratic People's Republic of Korea (เกาหลีเหนือ)
DGFT = Dogfight mode
DBS =Doppler Beam Sharpening
DCA = Defensive Counter Air
CP = Contact Point
CCC / "C3" = Command Control and Communications
CAS = [1] Close Air Support (สนับสนุนกองกำลังฝ่ายพันธมิตรด้วย FAC) [2] Calibrated Airspeed
CAP = Combat Air Patrol
FFARs = Folded-Fin Aerial Rockets
GBU = Guided Bomb Units
LZ = Landing Zone (ที่ลงจอดเฮลิคอปเตอร์)
MFR = Marine Force Recon
BDA = Battle Damage Assessment (บินไปเก็บรูปเพื่อรายงานความเสียหายที่ศัตรูได้รับ)
S&D = Search and Destroy
F-ACK = Fault Acknowledgement (ที่เขาต้องแยกคงมีเหตุผลนึงสผมด้วยล่ะมั้ง "F*ck" เนี่ย ถ้าเกิดอยู่ๆใส่คำย่อ "Fu*k" ไปนักบินคงจะหาว่า "ด่ากันเหรอ?")
GP = General Purpose

Vocaloid_BRS
6th January 2012, 10:33
-==Acknowledgements==-

By Hoshi-kun

Angels = หนึ่งพันต่อฟีท "Angels 1" จะเท่ากับ 1,000 feet "Angels 17" = 17,000 feet ที่ HUD ของเฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบินเจ็ทจะมีเส้นเขียวๆ ยิ่งเชิดหน้าขึ้นหรือต่ำลงมันก็จะคงที่ไม่ขยับไปไหนแต่ขีดที่ตรงไปตลอดจะรายงานว่าเชิดหน้าขึ้นแค่ไหนก็มีเจ้าตัวนี้กำกับอยู่... ไม่รู้สิ บอกไม่ถูก ลองไปขับเองถึงจะรู้ ไป๊
Bandit = (แบนดิท) ยืนยันว่าเป็นเครื่องบินรบฝ่ายศัตรู (เล่น BF3 ด่านที่ได้เป็นนักบิน F18 "Hornet" ก็จะได้ยิน Sign นี้ในการรายงาน ซึ่งก็มาจากรหัสในการรายงานแบบของจริงล้วนๆทุกคำสั่งที่ได้ยินในเกม)
Vulcan = (วัลแค่น) [1] M163 Vulcan AAA system [2] ปืนขนาด 20mm
Trail = เป็น Formation ของการบินแบบเรียงต่อกันเป็นแถว (เทลแปลว่าหาง ถ้ายินก็รู้แล้วว่าฟอร์เมชั่นแบบไหน จริงป่ะ)
Threat Circles = เรดาห์สามารถตรวจจับฐานยิง SAM ฝ่ายศัตรูได้
Movers = (มูฟเวอร์) ยานพาหนะบนพื้นดิน ก็มาจากคำว่า Move ที่แปลว่าเคลื่อนที่นั่นแหละครับ Mover ก็เป็นยานพาหนะที่เคลื่อนไหวอยู่ แล้วเป็น Movers ก็คือหลายๆคัน ที่จริงก็น่าจะไม่ต้องให้อธิบายขนาดนี้นะ?
Military Power = (มิลลิทารี่ เพาเวอร์) ขับเคลื่อนเต็มกำลัง ไม่มีการ afterburner ต่อไป ไอพ่นจะกลายเป็นสีน้ำเงิน (สำหรับเครื่องบินแบบเทอร์โบเจ็ท)
Flow = (FUEL FLOW, ฟูล โฟลว) อัตราการเผาพลาญเชื้อเพลิง ความเร็วปกติก็คือ 300-400 ไม์ทะเล การเผาพลาญจะอยู่ประมาณ 2000-5000 flow ถ้าใช้ความเร็วเต็มที่ความเร็วจะพุ่งสูงถึง 500-800 ไมล์ทะเล ซึ่งการเผาพลาญจะพุ่งสูงถึง 30000-40000 flow เลยครับ
Hostile = (ฮอสทลี่) ศัตรู
G = แรง G คือแรงดึงของแรงโน้มถ่วงหรือ "Gravity" เรียกอีกอย่างว่า "G Force" ที่จะได้เข้าใจง่ายๆ 1 G คือแรงโน้มถ่วงปกติ 2G คือแรงโน้มถ่วงสองเท่า 3G คือแรงโน้มถ่วงของ 2G เท่าตัว ว่ากันง่ายๆก็คือ คุณอยู่ข้างล่างเมื่ออยู่ระดับ 1G ระดับ 2G มีคนยืนบนไหล่คุณ 1 คนด้วยน้ำหนักเท่าคุณ ระดับ 3G คือมีคนยืนบนตัวคุณสองคนรวมแล้วมีคนยืนบนตัวคุณสามคน ระดับ G4 มีคนยืนบนตัวคุณอีกสามคนรวมแล้วเป็นหกคน รวมคุณเป็นเจ็ดคน สรุปเลย มันจะเท่าของเท่าตัวไปเรื่อยๆจนกว่าคุณจะหมดสติแล้วสลบไป (วิธีเข้าใจแบบง่ายๆ 1 > 2 > 4 > 8 > 16 > 32 > 64 > 128 เออ...เข้าใจหรือยัง)
Fox One = วิทยุบอกตอนยิงมิสไซด์ SARH ออกไป (มิสไซด์ระยะใกล้สำหรับยิงเครื่องบินพวกเฮลิคอปเตอร์)
Fox Two = วิทยุบอกตอนยิงมิสไซด์ IR-Guided ออกไป (มิสไซด์ติดตามด้วยอินฟราเรด)
Fox Three = วิทยุบอกตอนยิง AMRAAM ออกไป (มิสไซด์ต่อต้านอากาศยานระยะไกลมาก)
Foxtrot Uniform = (ฟอกทรอท ยูนิฟอร์ม) F*cked Up เช่น "My radar is Foxtrot Uniform" ความหมายจริงๆก็คือ "My radar is Fu*ked Up" แปลเป็น "เรดาร์มันเกิดบ้าอะไรขึ้น" เป็นการรายงานว่าเรดาร์มีปัญหาจริงๆ ไม่ว่าจะกรณีที่โดนยิงจนเรดาร์มีปัญหาหรือโดนมิสไซด์ปะทะจากข้างหลังจนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ช่องการสื่อสารวิทยุของนักบินจะเชื่อมถึงกันหมดเพื่ออัพเดทสถานการณ์ และประโยคนี้เมื่อทำสงครามจริงๆจะได้ยินค่อนข้างบ่อย
Flare = (แฟลร์) Countermeasures แบบเผาไหม้ ใช้งานได้กับ "IR-Guided Missile" เพื่อเปลี่ยนทิศทางมิสไซด์
Chaff = (ชาฟ) Countermeasures แบบผง ทำให้หลุดจากการล็อคเป้าหมายของ radar-guided missile การใช้งานจะทำให้มิสไซด์ประเภทนั้นหลุดจากการล็อคเป้าหมาย แต่มิสไซด์จะทำงานค้นหาเป้าหมายจากความร้อนและล็อคเป้าหมายใหม่อีกรอบ ดังนั้นเมื่อปล่อย Chaff ก็มักจะปล่อย Flare ตามเพื่อให้มิสไซด์ล็อคไปที่แฟลร์แทน
Countermeasure = (เคาเตอร์ เมสเชอร์) อุปกรณ์การโต้กลับของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็น Flare หรือ Chaff การโต้กลับแบบนี้หมายถึงอะไรก็น่าจะทราบกันดี (นั่งคิดสักพักก็ยังคิดไม่ออก เลยให้คิดกันเองแล้วกัน)
Flameout = (เฟรมเอาท์) การเดินเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ทั้งหมดหยุดทำงาน
Company = (คอมพานี) กลุ่มของทหารกลุ่มใหญ่ๆในกองทัพ จะแบ่งเป็นหลายๆหมู่
Chick = (ชี๊ก) เครื่องบินรบของพันธมิตร
Callsign = (คอลไซด์) Codename หรือรหัสเรียกของนักบินและหน่วยต่างๆเช่น Alpha Bravo Delta Charlie Echo Foxtrot Golf Hotel Kilo Lima Mike November Oscar Quebec Romeo Sierra Tango Uniform Victor Whiskey Yankee Zulu X-Ray Rapter Juliet และอีกมากมายก็แล้วแต่เขาจะใช้กัน
Big Bird = (บิ๊ก เบิร์ด) ระบบเรดาร์ที่สร้างโดยโซเวียต (ถ้าชื่อเรียกเครื่องบินก็ Big Bird เหมือนกัน เฮ้อ... คงจะงงกันอีกสิท่าว่าเครื่องบินลำไหน... รู้สึกจำเป็นลำสีดำๆใหญ่นะ เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐ รู้แค่นี้ก็แล้วกัน)
FAC = (แฟค) [คำย่อ] เป็นเหมือนเครื่องบินขนาดเล็กประเภท "Recon Drone" (Dredater คือตัวที่ยิงมิสไซด์ได้ ส่วนที่เอาไว้สำรวจเพียงอย่างเดียวเรียกว่า UAV) หรือ "Predater Drone" ที่เปิดโน็ตบุกส์แล้วยิงในเกม Modern Warfare 2 นั่นแหละ แต่การใช้งานคือการกำหนดจุดสำหรับ Close Air Support ไปปฏิบัติหน้าที่ (เหมือนภารกิจ Thunder Run ใน Battlefield 3) ขอบอกไว้เลยว่าให้นักบินมองด้วยตาแล้วตัดสินใจยิงเองไม่ได้! "เด็ดขาด!" บินสูงแถมบินเร็วด้วย ยิงมั่วไปได้โดนปลดจากกองทัพแถมขึ้นศาลอีกด้วย
Recon = (รีค่อน) ตามชื่อคือการลาดตะเวน ไม่ว่าจะ Drone หรือเครื่องบินประเภท EW และ Support ชื่อเต็มคือ "Reconnaissance" หน่วย Recon ก็คือหน่วยลาดตระเวน ความหมายไม่ใช่แค่เดินหา แต่ว่าเจอแล้วยิง
SAM = (แซม) การยิงมิสไซด์จากพื้นดินสู่อากาศ ระบบสำหรับต่อต้านอากาศยาน ที่เห็นได้บ่อยๆคือ "SAM Site" หรือฐานยิงมิสไซด์แซม (ไม่ได้เรียก "เอสเอเอ็ม")
Laser-Guided Missile = (เลเซอร์-ไกด์เดด มิสไซด์) ระบบล็อคเป้าหมายโดยใช้เลเซอร์ ตราบในที่เป้าหมายยังอยู่ในเป้ามิสไซด์ก็จะวิ่งหาเป้าหมายนั่น แต่ถ้าเป้าหมายหลุดหรือเปลี่ยนเป้าหมายมิสไซด์ก็จะเปลี่ยนทิศทางไป เรียกอีกอย่างว่า "จรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์"
Head-Up Display = (เฮด-อัพ ดิสเพล) หน้าจอปกติที่จะมีสถานะขึ้นตลอดเวลา เหมือนเวลาเล่นเกม พวกกระสุน แผนที่ เครื่องมือต่างๆที่อยู่ตามหน้าจอคือ HUD ถ้าจะให้เข้าใจง่ายกว่านี้ก็เหมือนเฮลิคอปเตอร์เช่น AH-64 หน้าจอของนักบินจะมีเป้าเล็ง องศาที่ลำหันหน้า ระดับความสูงจากพื้นดิน ความเร็วในการเคลื่อนที่ อัตราการหมุนของใบพัด สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็น HUD ทั้งหมดครับ
Drone = (ดรอน) เครื่องบินขนาดเล็กพอๆกับคนๆนึง จะมีกล้องติดอยู่บนลำสามารถทำการสำรวจในพื้นที่ต่างๆได้โดยไม่ต้องให้คนเข้าใน และใช้ประโยชน์ในการรบ หรือจะเรียกว่า "เครื่องบินไร้คนขับที่ควบคุมด้วยวิทยุทางไกล" ก็ได้ (ถ้าแปลตามความหมาย) และความสามารถของมันมีหลายรูปแบบไม่ว่าจะแค่สำรวจหรือยิงมิสไซด์จากอากาศบนพื้น เหมือนกับที่ยิงใน Modern Warfare 2 แป๊ะๆเลยครับ เพียงแต่มันไม่ได้พกไปมากขนาดที่ว่ายิงได้ไม่รู้จักหมด
20mm = กระสุนประเภทเจาะทะลวง มีการระเบิดเล็กๆน้อยๆ
30mm = กระสุนหัวระเบิด
40mm = กระสุนหัวระเบิด แรงกว่า 30mm มีพลังทำลายในวงกว้าง และลูกระเบิดใหญ่กว่า (แหงสิก็บอกอยู่ว่า 30mm กับ 40mm แล้วมันจะเท่ากันได้ยังไง)
mm = คำย่อของ millimetre หรือ มิลลิเมตร ใช้นับขนาดของประเภทลูกกระสุน ความยาวของกระสุนแต่ละประเภทจะแน่นอนอยู่แล้ว จะระบุความใหญ่ได้ทันที เช่น 7.62mm, 8mm, 12.7mm, 40mm, 120mm... (อีกเยอะ เถอะพอครับ เอาไว้จะแยกไปทีหลัง)

*อยากรู้ว่ากระสุนแต่ละประเภทยาวขนาดไหน ก่อนอื่นคุณต้องรู้ว่า 1 มิลลิเมตรยาวแค่ไหน แล้วจะสามารถประมาณระยะของความยาวที่ต้องการจะวัดลูกกระสุนได้

Headquarters = (เฮดเควอสร์เตอร์) ชื่อย่อคือ "HQ" (เฮ็ทคิว) กองบัญชาการใหญ่ของกองทัพในที่ๆหนึ่ง หรือก็คือฐานหลักของกองทัพซึ่งมี เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ อาวุธ ซ้อมรบ ซ้อมยิงเป้า ทหารหน่วยต่างๆ ทหารฝ่ายซ่อมบำรุง... (etc.) กองบัญชาการสำหรับปฏิบัติหน้าที่ต่างๆในสงคราม
GAU = ปืนกลประเภท Getling ที่ผมไม่รู้ชื่อเต็ม คล้ายกับ Minigun เห็นได้จากพวก A-10 หรือ AH-1 ส่วนจะนวนปากกระบอกอยู่ที่รุ่นของ GAU
AIM = มิสไซด์ประเภท Intercept (อินเตอร์แคป) หรือต่อต้านอากาศยานจากอากาศสู่อากาศ (ชื่อเต็มของ AIM "น่าจะ" เป็น Air Intercapt Missile นะครับ ถ้าดูจากประเภทของมิสไซด์)
AGM = มิสไซด์ประเภท Air-to-Ground หรือจากอากาศสู่พื้น ไม่ว่าจะด้วยระบบ Guide Missile หรือ Guide Bombs (เช่นเดียวกับ AIM ที่ไม่ทราบชื่อเต็มจริงจึงซี้ซั้วเอาเหมือนกันว่า AGM ก็น่าจะเป็น Air-to-Ground Missile)
Afterburner = (อาฟเตอร์ เบิร์นเนอร์) คือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งผมเคยบอกไปแล้วว่ามีหลายระดับ ระดับสูงสุดคือ Military Power หรือ ขับเคลื่อนเต็มกำลัง ถ้าเป็นเครื่องยนต์พวกเทอร์โบเจ็ทเหมือนพวก F-22 ไอพ่นจะเผาไหม้เป็นสีน้ำเงิน
HE = ระเบิดแรงสูง ไม่ว่าระเบิดถอดสลักขว้าง หัวกระสุนของรถถังประเภท HE หัวกระสุนของปืนประเภท 30mm ที่เป็นหัวระเบิด HE
AP = หัวกระสุนสำหรับทำลายรถถัง แรงระเบิดระเบิดจะไม่เท่าแบบ HE แต่รวมพลังทำลายในจุดๆเดียว
Squad = (สควาด) หนึ่งสควาดที่มีทหารไม่เกิน 12 คน หรือ ยานพาหนะไม่เกิน 4 คัน (มิน่าล่ะ ตูถึงเอารถถังไปมากกว่า 4 คันไม่ได้ คันที่เหลือไม่ยอมตามมา หมายถึงในเกมนะ) เช่นหน่วยเดลต้า แบ่งเป็น 6 คน มีทั้งหมดสามทีม ทีมละ 6 คนมีทีม Alpha, Bravo, Echo และ Alpha ก็คือหนึ่ง Squad ที่มี Leader 1 คนคอยเป็นผู้นำ
Turboshaft = (เทอร์โบชาฟ) หรือเรียกอีกอย่างว่าเทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกัน ถ้าตัวใดตัวหนึ่งเสียหายไป แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ ยังสามารถควบคุมเครื่องได้อยู่ (เช่น AH-64 จะสังเกตุง่ายๆว่าเป็น Turboshaft มองจากด้านหลังจะเห็นได้อย่างชัดเจน เวลาเครื่องยนต์ทำงานจะระบายความร้อนออกมาด้านหลัง)
IR = อินฟราเรดตรวจจับความร้อน มักจะเป็นสีม่วงหรือชมพูสผมกับสีน้ำเงินเพื่อแยกระหว่างความร้อนกับความเย็น มันไม่เหมือน Night Vision ใช่! มันจะเหมือนได้ไง ชื่อมันก็บอกอยู่ว่า Night Vision แต่บางคนยังเรียกสลับหรือไม่สนเช่นกัน เล่นสผมไปเลยว่าอินฟราเรดมันเอาไว้ใช้เหมือน Night Vision เหมือนกัน สำหรับ Night Vision มันจะเป็นสีเขียวๆ เอาไว้สำหรับมองในความมืด
Artillery = (อาทิลเลอร์รี่) ปืนใหญ่ยิงระยะไกล กระสุนจะใช้ประเภท 115mm เป็นต้น และจะยิงขึ้นไปบนอากาศเพื่อให้ตกลงในจุดที่กำหนดในระยะที่ไกลมากๆ (ปืนใหญ่ที่ยิงจากกองทัพเรียกว่า "อาทิลเลอร์รี่ บาเรค" (Artillery Barrack) ซึ่งจะไกลและรุนแรงกว่ามาก)
Dogfight = (ด็อกไฟท์) คือสถานะการต่อสู้และไล่ล่าสำหรับเครื่องบินรบ ซึ่งจะทำการยิงและปล่อยมิสไซด์เพื่อทำลายเครื่องบินรบฝ่ายศัตรู
Intercept = (อินเตอร์แคป) คือการโจมตีจากอากาศสู่อากาศหรือก็คือ Intercept Aircraft คือเครื่องบินสำหรับโจมตีเครื่องบินรบฝ่ายศัตรูโดยเฉพาะ เรียกอีกอย่างว่า "Intercapter" หรือ "เครื่องบินความเร็วสูงที่ใช้สกัดกั้นเครื่องบินฝ่ายตรงข้าม"
Army = (อามี่) คือกองทัพที่รวมทหารและยานพาหนะต่างๆซึ่งเป็นส่วนของ Headquarters เช่น Army Headquarters ก็คือกองบัญชาการที่เป็นกองทัพขนาดใหญ่ (แต่ของผมเป็น Anime Headquarters ซึ่งก็เลยกลายเป็นว่าผมเลียนแบบ Army Headquarters ไปซะอย่างนั้น) [นั่นปะไร...]
Airforce = (แอร์ฟอร์ส) กองทัพอากาศที่รวมนักบินและทหารอื่นๆ เป็นสนามบินขนาดใหญ่ของกองทัพ มีหน้าจัดการทางด้านการสำรวจและซ้อมรบทางอากาศ
Navy = (นาวี) กองทัพเรือ มีหน้าที่สำรวจทางน้ำโดยเรือรบหรือเรือบรรทุกเครื่องบินรบ
Commander = (คอมมานเดอร์) ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้บังคับบัญชาการนะครับ แต่เป็นหน้าที่หนึ่งของที่ในรถถังคอยค้นหาเป้าหมายและสั่งกันเนอร์ให้ยิงโดยที่กันเนอร์ไม่ตัดสินใจยิงเองนอกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน

* ในช่วงสงครามโลกรถถังส่วนใหญ่จะมีหน้าที่ "Driver, Gunner, Commander" ซึ่ง Commander ก็จะมีปืนสำหรับใช้อยู่ข้างบนเรียกว่า "Commander's machine gun"
* ปัจจุบันมี "Driver & Gunner, Loader, Machine Gun & Commander" ซึ่งคนบรจุกระสุนก็จะมีปืนกลให้ใช้ช่วยยิงสนับสนุนเรียกว่า "Loader's machine gun"
* แต่ในสภาพความเป็นจริงคือต้องมีคนขับ บรรจุกระสุน และยิง ดังนั้นความสามารถที่จะยิงพร้อมขับไปด้วยผมบอกได้เลยว่ามันยากมากๆหรือเป็นไปไม่ได้เลย (เหมือนขับโบอิ้งแค่คนเดียวตั้งแต่เครื่องขึ้นจนลงจอด)

Fire and Forget = (ไฟ แอ่น ฟอร์เก็ท) ระบบของ Hellfire Missile ที่ยิงออกไปแล้วจะวิ่งหาเป้าหมายที่ล็อคไว้ล่าสุดอัตโนมัติโดยที่ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะของมิสไซด์ได้อีก ต่างจาก Guide Missile ตรงที่มีความแม่นยำกว่าแต่ถ้าหลุดจากเรด้าร์คือมิสไซด์จะทำงานต่อไม่ได้
Marines = (มารีน) หน่วยทหารนาวิกโยธิน มีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ว่างกันง่ายๆคือทหารบก Army คือหน่วยรบทำสงครามขนาดใหญ่ สำหรับทหารพวกหน่วย Ranger หรือหน่วย SAS ของสหรัฐหรืออังกฤษก็ถือว่าเป็นทหารนาวิกโยธิน
HEAT = (ฮีท) ชื่อเต็มคือ High Explosion Anti-Tank หรือ ระเบิดต่อต้านรถถังแบบรุนแรง เรียกตามชื่อย่อว่า "ฮีท" เป็นตัวกระสุนชนิดหนึ่งเหมือนกับหัว HE และ AP ใช้ในรถถังทั่วไป ว่ากันง่ายคือ เหมือนเอากระสุน HE + AP (รวมกัน) ยิงได้ทั้งสิ่งก่อสร้างและรถถัง (ถ้าจะให้เรียกคงเป็นประเภท "Multiple purpose" น่ะครับ)
Howitzer = (โฮวิทเซอร์) ปืนใหญ่ชนิดหนึ่งที่ยิงได้ไกลและรุนแรงในระยะจำกัด ไม่ว่าจะรถหุ้มเกราะประเภท Howitzer ที่ยิงสนับสนุนระยะไกลหรือปืนใหญ่ระดับ 3 ของ Spectre AC-130 ก็เป็นประเภท Howitzer ที่รุนแรงเช่นประเภท 105mm
FFARs = ชื่อเต็มคือ "Folded-Fin Aerial Rockets" (โฟลเดด-ฟิน แอร์เรี่ยว ร็อคเก็ท) หรือ "กระบอกบรรจุจรวดหลายลูกบนเครื่องบินที่ยิงจากบนอากาศ" จรวดแบบยิงตามเป้าที่เล็งไว้ ไม่มีการตามเป้าใดๆ แต่เป็นจรวดขนาดเล็กที่พุ่งไปในทิศทางที่เล็ง มีเช่นใน AH-6 และ AH-64 จะมี Rocket Pods อยู่ข้างละ 19 ลูกทั้งสองข้าง (กระบอกเก็บจรวดกลมๆนะครับ ที่ติดอยู่ตรงปีกของคอปเตอร์ ส่วนขนาดก็... จากที่เห็นคงประมาณ 70mm ล่ะมั้งครับ ไม่ยาวมากเท่าไหร่)
LZ = "แอลซี" หรือ "Landing Zone" คือพื้นที่สำหรับลงจอดของเฮลิคอปเตอร์ ไม่ว่าจะบนพื้นธรรมดาหรือฐานรองรับสำหรับบรรจุยุทโธปกรณ์
Gun run = (กัน รัน) หน่วย Close air support (โค้ส แอร์ ซัพพ็อท) เมื่อได้สัญญานว่า "Ready to gunrun" แสดงว่า Close Air Support อยู่ในสถานะพร้อมที่จะบินเข้าไปสนับสนุน เมื่อตั้งจุดเสร็จแล้ว หน่วยสนับสนุนจะตอบกลับมาว่าเห็นจุดแล้ว จะทำการโจมตีทันที อย่างเช่น "Roger. gun run on five second" (รับทราบ กวาดล้างในอีก 5 วินาที) โดย 5 วินาทีนี้ไม่ใช่การประมาณหรือว่ากะๆเอา ถ้าบอกว่า 5 วินาทีก็คือ 5 วินาทีจริงๆ
Crash site = (แครซ ไซท์) บริเวณรอบๆทั้งหมดของจุดที่เครื่องบินตก คำนี้ไม่ว่าจะใช้กับเครื่องบินประเภทขนส่ง (เช่น C-130) เฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องิบนรบประเภทต่างๆที่ตกไปก็ตาม
ICBM = ชื่อเต็มคือ "Intercontinental Ballistic Missile" (อินเตอร์คอนติเน็นทอล บาริสทิค มิสไซด์) หรือ "ขีปนาวุธยิงข้ามทวีป, จรวดความเร็วสูงยิงข้ามทวีป" ส่วนรายละเอียดย่อยๆ เดี๋ยวผมจะตามไปอธิบายให้อีกที ถ้าใครอยากรู้ก่อนก็ไปไล่หาๆดูที่อื่นก่อนก็ได้ครับ
MOAB = เป็นระเบิดที่รุนแรงมาก ชื่อเต็มของ MOAB บางคนจะรู้จักในชื่อ "Mother of All Bomb" หรือ "มารดาแห่งระเบิดทั้งหมด" (ส่วนตัวไม่รู้นะว่าชื่อไทยเรียกว่าอะไรแน่ ผมซี้ซั้วตั้งเอาเองตามความหมาย) ชื่อเต็มจริงๆของ MOAB คือ "Massive Ordinance Air Brust" (มาสซีฟ โอลดินานซ์ แอร์ บลาซท์) หรือ "ยุทโธปกรณ์ทำลายทางอากาศขนาดใหญ่(มาก)" ที่ต้องเน้นว่า "มาก" ก็ไปหาดูขนาดของเจ้า MOAB นี่เองแล้วกันครับ
Trinitrotoluene = (ไทรไนท์โทรทอลลูเอ็น - หรือเปล่า? สะกดไม่ถูกครับ ขอไปทีแล้วกัน) ชื่อย่อคือ TNT วัตถุระเบิดแรงสูง ความสามารถที่รู้ๆกันคือนำไปทำเป็นวัตถุระเบิด
Airborne = (แอร์โบรน) การส่งทางอากาศ ไม่ว่าจะคนกระโดดร่ม หรือกล่องและยานพาหนะที่ลอยจากอากาศลงสู้พื้น เรียกว่า "Airborne Parachute" (แอร์โบรน พาราชูท์) หรือ "ร่มชูชีพส่งโดยทางอากาศ" ความหมายง่ายๆในการเข้าใจคำว่า "Airborne" คือ "In Flight" หรือ "กำลังบินอยู่"
SOS = (เอสโอเอส) ย่อมาจาก "Save our Souls" (เซฟ เออ โซล) ผมไม่อยากแปลตามความหมายดังนั้นก็เลยใช้คำที่มีอยู่ว่า "สัญญาณขอความช่วยเหลือ" ความหมายก็คือ สัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อมีอันตรายเกิดขึ้นไม่ว่าจะเรือจม(?)หรือเครื่องบินตก สัญญาณ SOS มักจะใช้ส่งให้กับเรือหรือเครื่องบินเพื่อให้เข้ามารับการช่วยเหลือ (แถๆไปตามความเข้าใจ ใกล้เคียงหรือเปล่าผมก็ไม่รู้)
SEAD = (เอสอีเอดี, ซีด) ย่อมาจาก "Suppression of Enemy Air Defenses" (ซัพเพสชั่น ออฟ เอเนมี่ แอร์ เด็พเฟ็นเซซ) หรือ "ปิดกั้นการทำการของการป้องกันทางอากาศ่ายศัตรู" ความหมายที่จะให้เข้าใจง่ายๆก็คือทำลาย AA ฝ่ายศัตรู (SEAD Strike) หรือป้องกันเครื่องบินพันธมิตรจาก AA ฝ่ายศัตรู (SEAD Escort) อีกความหมายนึงคือดึงความสนใจของ AA ฝ่ายศัตรู เพื่อเปิดช่องว่างให้เครื่องบินลำอื่นเข้าไปทำภารกิจ
Suppression Fire = การยิงสนับสนุน สมมุติว่าโดนซุ่มโจมตี และมีคนเจ็บต้องการความช่วยเหลือ การวางแนวป้องกันรอบๆและยิงคุ้มกันคือ Suppression Fire เพื่อให้คนที่เหลือเข้าไปทำการช่วยเหลือคนอื่นๆได้ คำนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ยิงกับศัตรูเฉยๆ แต่เป็นการยิงที่ "คุ้มกันจริงๆ" จุดหลักคือกระหน่ำกระสุนใส่เพื่อไม่ให้ศัตรูโจมตีกลับมาโดยไม่ต้องสนอย่างอื่น การยิงคุ้มกันแบบปกติคือคุ้มกันคนอื่นและตัวเอง ประหยัดกระสุนและยิงเมื่อมั่นใจเท่านั้นครับ ดังนั้น Suppression Fire คือการสนับสนุนเต็มที่จนกว่าคนอื่นจะทำภารกิจเสร็จ
Pulse radar = (พลัซ เรดาห์) คือจังหวะของเรดาห์ เมื่อแสงกวาดพบเจอวัตถุจะมีแสงมีขึ้นเป็นจุดที่เรดาห์ ผมไม่ทราบว่าจริงๆเรียกว่าอะไรผมเลยขอให้ว่าชีพจรเรดาห์นะครับ การทำงานของเรดาห์ตัวนี้ก็ทำงานเหมือนเรดาห์ทั่วๆไปที่ตรวจจับสัญญาณได้ตามปกติด้วยแสงกวาดกระทบเป้าหมาย เป้าหมายจะปรากฏในเรดาห์
USAF = (ยูเอสเอเอฟ) ย่อมาจาก "United States Air Force" (ยูไนเต็ด สเตท แอร์ ฟอร์ซ) หรือ "กองทัพอากาศสหรัฐ" ตอนผมเห็นคำนี้ครั้งแรกที่ปีกเครื่องบิน (C-130, F-22) ผมนึกถึง "USA F" ซึ่ง USA ก็คือ United States of America (สหรัฐอเมริกา) แต่พอรวมตัว F มันก็ไม่เข้ากลายเป็น "United States of America Force?" เฮ้ย ตูเรียงประโยคมั่วนี่หว่า เลยคิดใหม่อีกที เออว่ะ "US AF" นี่หว่า คิดไปได้เนาะ ฮะๆๆ
Self-Propelled Howitzer = ปืนใหญ่ระยะไกลประเภทรถหุ้มเกราะ สังเกตุง่ายๆคือกระบอกปืนจะยาวกว่าตัวรถมาก ส่วนยิงได้รุนแรงแค่ไหนก็ประมาณเอาจากชื่อของประเภทนะครับ (ไม่ใช่ความยาวของชื่อนะ! ประมาณเอาจากความหมายของมัน!)
Marine Recon = หน่วยรบนาวิกโยธิน เป็นทหารที่ฝีมือดีมาก (เท่นะ หน่วยนี้ ผมว่าเท่กว่า Task Force 141 หรือ SAS อีก) ตามชื่อคือ หน่วยลาดตะเวนนาวิกโยธิน (หน่วยรบเป็น Marine Force Recon) แต่ถึงลาดตะเวนยังไงก็ยังรบได้เก่งอยู่ดี (ถ้าชอบหน่วยนี้ต้องไม่พลาดตอนปฏิบัติภารกิจที่ตะวันออกกลาง [Mid East]) ผมอยากเล่าเกี่ยวกับ Marine Recon และ Marine Force Recon มากกว่านี้ครับ เดี๋ยวจะไปทำเป็นรายละเอียดขึ้นเป็นหัวข้อใหญ่ๆอีกทีเลยดีกว่า
Spec Ops = (สเพค ออฟ) [เวลาใช้จริงคือคำว่า "SpecOps" นะครับ เขียนให้ติดกัน] หน่วยรบสุนแสนวิเศษสำหรับกองทัพสหรัฐในการปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงตายที่สุด! ชื่อเต็มคือ "Special Operatives" (สเปเชี่ยว โอเปอร์เรทีพ) หรือ "หน่วยรบปฏิบัติภารกิจพิเศษ" หน่วยรบเดนตายที่มีอย่างมากก็แค่ 4 คนหรือน้อยกว่านั้น แต่ถ้าเป็นฝีมือล่ะก็ทหารทั้งกองทัพก็ต้องก้มหัวให้ (ล้มตาย ไม่มีใครยืนตายโดยไม่มีอะไรค้ำหรอก) เมื่อช่วงสงครามเย็น หน่วย Spec Ops คือหน่วยที่สำคัญต่อกองทัพมาก ภารกิจที่ทำนั้นต้องมีโอกาศสำเร็จสูง ไม่ว่าจะลุยเหมือนแรมโบ้ก็ต้องทำ หน่วยที่มีชื่อเสียงมากคือหน่วย SpecOps U.S.M.C. Delta Force และหน่วย SpecOps Task Force Delta อย่างที่หลายๆคนรู้จักกันดี (เหตุผลที่ผมชอบหน่วย Delta Force ไง เพราะหน่วยรบนี้ฝีมือไม่แพ้ SEAL หรือ SAS หรอก พูดให้ถูกคือปฏิบัติภารกิจได้เฉียบกว่ามาก)
Black Ops = (แบล็ค ออฟ) หน่วยรบปฏิบัติลับที่เสี่ยงตายไม่แพ้กัน "Black Operatives" หรือ "หน่วยรบปฏิบัติภารกิจลับ" เรียกได้เลยว่า "นักรบเดนตาย" ของแท้ ถ้าจะเปรียบเทียบกับ Spec Ops ที่เพิ่งอธิบายผ่านมาแล้วผมบอกตามตรงเลยว่าเปรียบเทียบความสามารถกันแทบไม่ได้ ทีมที่สุดยอดในช่วงสงครามคือสงความเวียดนาม เคยหาอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องราวในสงครามของทหารที่รอดตายจากในสงครามแล้วถ่ายทอดเรื่องราวลงหนังสือหรือเปล่า ถ้าไม่เคยเดี่ยวผมจะแนะนำให้ เป็นอะไรที่อ่านแล้วบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ คุณต้องไปอ่านเอาเอง ว่ากันต่อ กลับมาที่สงครามเวียดนาม คือหน่วย MFR Black Ops (Marine Force Recon - Black Ops) หน่วยรบนี้มีแค่ 4 คน ที่บุกฝ่าในสงครามเวียดนามอย่างไม่ปราณี [แต่ไม่เท่าหน่วยรบในทะเลทรายที่มีดแค่เล่มเดียวกำจัดทหารได้ทั้งกองทัพ อยากรู้จริงว่าหลุดมาจากโปโต้ไทป์ (Prototype) หรือเปล่าวะนั่น] (Call of Duty : Black Ops นำเนื้อเรื่องช่วยสงครามเวียดนามมาทำจริงๆ หัวหน้าทีมคือ มาสัน (เหมือนเรื่องจริงเด๊ะ) แต่พอผมเล่นดูแล้วมีแค่บางจุดที่เหมือนในสงคราม หลายๆจุดหรือบางภารกิจก็เมคเอาเอง มะ... ก็เกมนี่เนาะ)
Maverick Missile = (มาเวอร์ริค มิสไซด์) คือมิสไซด์ AGM-65 ซึ่งข้อมูลนอกจากนี้ก็ไม่รู้จะบอกว่าอะไรดี
Carpet Bombing = (คาเพท บอมบิ้ง) การโรยระเบิดแบบปูพรม ความหมายที่เข้าในมากกว่านี้คือคือการปล่อยระเบิดลงพื้นด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดทีละลูกหรือหลายๆลูกไปในแนวที่โรยเป็นทางไป
Spetnaz = (สเปสนาซ) หน่วยรบของรัสเซีย ความสามารถมีมากมายเช่นกัน ถ้าจะให้เทียบคงจะประมาณหน่วย SpecOps หรือ Green Beret ปฏิบัติภารกิจได้เยี่ยมยอดและเคลื่อนไหวอย่างต่ำได้แค่เพียง 2 คนซึ่งถือว่าน้อยแต่สามารถทำภารกิจได้สำเร็จ ใครที่ทราบถึงฝีมือของสเปสนาซล่ะก็รู้ซึ้งแน่นอน เพราะทหารสหรัฐเสร็จไปหลายรายเช่นกัน ทหารพวกนี้ถูกฝึกมาอย่างดีด้วยสถานการณ์เดนตายแบบเลวร้ายสุดๆ ทั้งการเอาชีวิตรอด การลอบสังหาร การลุยฝ่าศัตรูเป็นกองทัพ รวมถึงการฝึกอื่นๆที่ทำให้กลายเป็นสุดยอดหน่วยทหารที่ออกรบได้แบบไม่ผิดหวัง
Technical = (เทคนิคอล) รถกระบะติดอาวุธไม่ว่าจะ .50 cal หรือ EM Cannon คล้ายๆกับฮัมวีแต่จะติดปืนที่กระบะท้ายสภาพโดยรวมก็คือรถยนต์ปกติ
Artillery Bombardment = (อาร์ทิลเลอร์รี่ บอมบาร์ดแมนท์) การยิงปืนใหญ่ระยะไกลจากฐานหรือพื้นที่อื่นทีละหลายๆลูกเพื่อยิงถล่มจุดๆหนึ่งแบบราบคาบ เน้นด้านความรุนแรง หนักหน่วง จำนวนมาก และทำลายล้างได้ในระยะกว้าง
RPG = (อาร์พีจี) ย่อมาจาก "Rocket-Propelled Grenade" หรือ "จรวดหัวระเบิดแบบเคลื่อนย้าย" ส่วนข้อมูลนอกจากนี้ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มนะ?
ACT = (แอคท์) ย่อมาจาก "Action" ส่วนอย่างอื่นก็ไม่อธิบายนะครับ เพราะตามปกติเขาย่อกันให้ใช้ง่ายขึ้นเท่านั้นเอง
Self-Propelled = (เซฟล์-โพรเพลเลด) หมายถึงสามารถเคลื่อนย้ายได้เช่น Self-Propelled Howitzer คือปืนใหญ่ระยะไกลเคลื่อนที่ได้ในรูปแบบรถหุ้มเกราะ Self-Propelled Cannon คือปืนใหญ่ที่เคลื่อนที่ได้ในรูปแบบรถฮัมวี รถถัง หรือรถหุ้มเกราะ
CAS = ย่อมาจากเครื่องบินประเภท Close Air Support และภารกิจสำหรับเครื่องบินขับไล่ Combat Air Support (แปลเอาตามความหมายเลยนะครับ) CAS แบบปกติคือ Close Air Support เมื่อใช้ในการกิจแบบเครื่องบินขับไล่จะใช้เป็น Pre-plan CAS หรือ Strike CAS (การใช้ก็แล้วแต่ แค่ระวังอย่างใช้ชื่อเรียกให้คล้ายๆกันก็พอ)
ID = (ไอดี) ย่อมาจาก "Identify" หรือรหัสประจำตัว สิ่งนี้คือสิ่งระบุหมายเลขทางการจารจรต่างๆของเครื่องบินแต่ละสาย เมื่อพบเครื่องบินต้องสงสัย หน่วยลาดตระเวนจะต้องเข้าไปตรวจสอบ ID เพื่อค้นหาว่าอยู่ในเส้นทางการบินจากจุดไหนไปจุดไหน ซึ่งคำว่า ID นี้ใช้ได้ต่างๆไม่ว่าจะเลขประจำตัวทหาร นักบิน เครื่องบินรบ เอกสาร ฐานข้อมูล หรืออะไรแล้วแต่
Gal Tank = คิดว่าน่าจะมาจาก "Gallon Tank" นะครับ คือถังสำหรับบรรจุเชื้อเพลิงของเครื่องบินรบ จะมีถังใหญ่ๆติดอยู่ที่ปีกเครื่องบิน เครื่องใช้หมดก็จะทิ้งไป ถ้าคุณไม่รู้ว่าคืออะไร ให้เล่น Battlefield 3 ด่านที่เราได้เป็นผู้ช่วยคนขับ F-18 ที่ปีกจะมีถังใหญ่ๆที่ไม่ใช่มิสไซด์อยู่ นั่นคือถังเชื้อเพลิงครับ ไม่ใช่ลูกระเบิด มีหลายคนเข้าใจผิดพอสมควร ผมก็งงว่าถ้าใหมญ่ขนาดนั้นจะเอาไปทำลายอะไร นั่นมันถังเชื้อเพลิงนะ ปล่อยลงไปให้ทับคนเรอะ? (เห็นคำนี้แล้วนึกถึงนักกอล์ฟจริงๆ แต่จะไม่พูดถึงไปมากกว่านี้แล้วกัน เดี๋ยวมันจะออกนอกเรื่อง)
Unidentify = (อันอิเด็นทิฟี่) คือยานพาหนะ เครื่องบินขนส่งหรือเครื่องบินรบที่ระบุชนิดหรือของประเภทไหน หรือไม่อยู่ในสายการบินที่กำลังไว้ในเขตประเทศหรือพื้นที่สู้รบ ว่าง่ายๆก็คือเอาไว้ตราหน้าไอ้ตัวที่ตรวจจับได้ว่าเป็นเครื่องบินน่าสงสัยที่ไม่น่าจะใช่พวกเดียวกันเพราะระบุว่าของประเทศอะไรกันแน่ โดยใช้คำว่า "Unidentify objects" ครับ (ว่าง่ายๆคือวัตถุที่ระบุไม่ได้หรือเครื่องบินที่ไม่มี ID อยู่ในรายชื่อการบิน)
Marker = จุดตั้งสำหรับ Close Air Support เช่น A-10A "Thunderbolt II" ดังเช่นในเกม Battlfield 3 ด่านที่เราได้เป็นนักบิน F-18 "Hornet" เราจะบินวนเหนือพื้นที่ปฏิบัติการและคอยตั้งจุดให้หน่วยสนับสนุนกราดยิงพื้นที่ด้านล่างซะ โดยที่พอตั้งจุดแล้วทีมสนับสนุนนั้นจะเป็นจุดจากเรดาห์และหมวดนักบินซึ่งเวลาโจมตีในจุดจะแม่นยำมาก แต่ถ้าคนตั้งจุดเกิดตั้งผิดพลาด ทีมสนับสนุนก็มั่วไปด้วย
Freefall = (ฟรีฟาล์ว) ยุทธวิธีการส่งทหารอย่างหนึ่งซึ่งใช้ในหน่วยคอมมานโดและหน่วยรบพิเศษ เป็นการกระโดดร่มลงจากที่สูงด้วยระยะตั้งแต่ 6000 ฟีตขึ้นไป Freefall นั้นจพเป็นการโดดลงสู่เป้าหมายที่จะลงด้วยการดิ่งลงไปพร้อมปรับตัวให้ไปหาทิศทางนั้นๆเมื่อได้ระยะค่อยกางร่มชูชีพ แต่ตอนลงนั้นก็มีความเสี่ยงสูงมากเพราะอาจจะลงเร็วไปหรืออะไรก็ตามแต่ ขาหักหรือตายในหน้าที่ก็มีให้เห็น แต่ไม่บ่อยนัก การกระโดดร่มแบบนี้จะต่างจากตอนที่นักบินดีดตัวออกจากเครื่องบิน เพราะการดีดตัวแบบนั้นเพื่อเอาชีวิตให้รอดเฉยๆ
USS = (ยูเอสเอส) ย่อมาจาก "United States Ship" หรือ "เรือสหรัฐอเมริกา" ก็คงจะได้ยินกันนะพวกเรือหลวง USS หรือเรือรบ USS ก็คือเรือของสหรัฐนั่นแหละ สหรัฐจะเด่นมากเช่นกันในด้านเรือรบ เพราะมันทรงประสิทธิภาพสูงจนน่ารังเกียจเพราะประเทศอื่นมันสู้ไม่ได้ - -* นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่รัสเซียมุ่งพัฒนาเรือดำน้ำประสิทธิภาพสูงจนน่ารังเกียจเช่นกันออกมาเพื่อที่จะจมเรือรบสหรัฐให้ได้ แต่มันก็ติดตรงที่ F-18 ที่ออกมาจาก Aircraft Carier คือศัตรูตัวอันตรายที่พอมันมาก็เตรียมระเบิดอยู่ในน้ำได้ทันที
Patrol = (พาทอร์ล) หน่วยลาดตระเวนไม่ว่าจะเป็นเรือลาดตระเวน ทหารลาดตระเวนหรือรถถัง รถหุ้มเกราะที่ออกลาดตระเวน
Rocket = (ร็อคเก็ต) จรวดระเบิดพลังงานแบบไม่ติดตาม แน่นอน... ว่าอย่าไปเรียกว่ามิสไซด์ เพราะมัน "ไม่เหมือนกัน" อย่าเรียกสลับ จรวดคือจรวด มิสไซด์คือมิสไซด์ Ok?
Res Cell = (เรส เซล) หนึ่งในฟอร์เมชั่นของเครื่องบินรบที่จะบินซ้อนกันใกล้ๆเพื่อซ่อนจำนวนของเครื่องบินที่บินอยู่ หมายถึงเรดาห์จะแสดงจากด้านบน ถ้าบินห่างๆจะเห็นเป็นจุดๆถ้าศัตรูจับได้และจะระบุจำนวนเราได้ การบินแบบนี้อาจจะทำให้ศัตรูประมาท เราบินมาสี่ลำแต่ศัตรูเห็นในเรดาห์ว่ามาลำเดียว จะมีประโยชน์กับเรามาก แต่มันอันตรายเพราะบินติดกัน พลาดนิดเดียวก็ชนกันจนตกแน่นอน
Mach = (แมช) ความเร็วเสียง นับด้วยความเร็วทะเล ซึ่งผมเองก็นับไม่เป็น
ETA = (อีทีเอ) ย่อมาจาก "Estimated Time of Arrival" หรือ "ประมาณเวลาในการปรากฏ" ตัวอย่างเช่น "Ok! convoy go to your position. hold down the area wait for convoy ETA five minute... I say again! ETA five minute!" แปลว่า "เอาล่ะ! คอนวอยกำลังไปยังจุดของนาย ยึดพื้นที่ไว้! รออีกนิดคอนวอยก็จะปรากฏในอีก 5 นาที! ย้ำอีกครั้ง! จะมาในอีก 5 นาที!"
AOA = (เอโอเอ) ย่อมาจาก "Angle of Attack" หรือ "มุมโจมตี" หน่วยนับของเครื่องบิน Max AOA คือ มุมที่ส่วนปีกเปลี่ยนทิศด้านหลังจะหักด้านหน้าลงได้ Min AOA คือ มุมที่ปีกอันเดิมจะหักด้านหน้าขึ้นได้ เพื่อให้เห็นภาพผมจะอธิบายเพิ่ม สมมุติว่า เรานั่งอยู่ในเครื่องบินรบ F-18 ในขณะบิน ถ้าคุณดึงคันบังคับเข้ามา เครื่องบินจะเชิดหน้าขึ้น ถ้าคุณดึงมาจนสุด นั่นหมายถึง AOA ที่สามารถหักให้เพื่อเปลี่ยนทิศได้ และนักบินจะไม่ถูกฝึกให้ดันคันโยกออกไปเพื่อให้หน้ามันดิ่งลง แต่จะถูกฝึกให้หมุนลำด้านบนลงหาพื้นแล้วดึงคันบังคับเข้ามาตัวเพื่อให้หน้ามันดึงได้เร็วกว่าแทน
Microwave = (ไมโครเวพ) มันคือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูงมากที่สุด และมันใช้ตรวจจับสิ่งรอบๆได้เช่นเครื่องบิน รถถัง ยานพาหนะ หรือแม้แต่ทหารเดินเท้า (ปัจจุบันเขาคิดเครื่องที่ทำให้ล่องหนได้กันแล้ว) คำว่า Micro แปลว่าขนาดเล็กจิ๋วแบบจิบิๆเลย หรือนับอีกอย่างคือหนึ่งส่วนล้านของวินาที (Microsecond) กับคำว่า Wave ที่แปลว่าคลื่นหรือการโถมเข้ามาในแต่ละครั้ง ใครเล่นเกมบ่อยๆก็น่าจะรู้จักกันดี พอรวมๆกันแล้วก็จะได้ความหมายประมาณคำว่าไมโครเวพนี่แหละ แต่ความหมายนี้สามารถแปลไปอีกอย่างคือ "เตาอบ" แต่ผมจะไม่พูดถึง มันไม่ได้ใช้ในการรบสักหน่อย - -* หรือใครจะเถียงว่าคงมีทหารสักคนแบกเตาอบไปทำอาหารด้วย? ผมคนนึงล่ะที่จะไม่แบกเตาน้ำหนัก 30 ปอนด์ไว้บนหลังแล้ววิ่งหลบกระสุน
Radar = (เรดาห์) ย่อมาจาก "Radio Detection And Ranging" หรือ "วิทยุตรวจจับและสัญญาณแปรผัน" ซึ่งแน่นอนว่าที่ผมแปลทั้งหมดนั้นแปลเองล้วนๆตามความหมาย ไม่รู้ว่าที่เรียกจริงๆนั้นคืออะไรกันแน่ การทำงานของมันคือตรวจจับสัญญาณที่วิ่งรอบๆยานพาหนะ ว่าง่ายๆคือตรวจจับคลื่นวิทยุกับสัญญาณที่ผันแปลไปเป็นคลื่นวิทยุเพื่อที่จะส่งไปสื่อสาร ไม่ใช่ตรวจจับคลื่นความร้อน หลายๆคนคงจะทราบกันดี ผมจะหยุดการอธิบายเรดาห์แต่เพียงเท่านี้ จบล่ะ...
Springfield = (สปริงฟิลด์) =ชื่อร้านหรือโรงงานผลิตปืนลูกโม่ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาที่ครอบครองตลาดเกี่ยวกับปืนไว้ถึง 45%... ส่งปืนไปยังร้านขายปืนจำนวน 5000 กว่าแห่งทั่วอเมริกาและงานจัดแสดงปืนหมื่นกว่าแห่งทั่วยุโรป โรงงานนี้อยู่มาหลายสิบถึงหลายร้อยปีโดยที่ส่วนใหญ่ก็ยังผลิตด้วยมือเป็นส่วนใหญ่ และชื่อสปริงฟิลด์นี้ก็ไม่มาจากเนกิมะด้วย - -* เออ...!! มันไม่ได้มาจากเรื่องนั้นแน่ๆ!
Semi-Automatic = (เซมิ-โอโตเมติก) ระบบของปืนไม่ว่าจะเป็นปืนไรเฟิลหรือปืนสั้นแบบ "กึ่งอัตโนมัติ" ซึ่งเมื่อเหนี่ยวไกและปล่อยจากนั้นก็สามารถเหนี่ยวไกเพื่อยิงครั้งต่อไปได้เลยโดยที่ไม่ต้องชักหรือทำอะไรก่อนยิงนัดต่อไป
Submachinegun = (ซับแม็คชีนกัน) ปืนกลเบา ต่างจาก Assault Rifle ความแตกต่างของมันคือปืนประเภท Submachine gun จะใช้กระสุนของปืนพกหรือ Caliber ประมาณ 9mm ส่วน ไรเฟิลจู่โจมจะใช้กระสุนของมันเช่น Caliber ขนาด 5.56mm หรือ 7.62mm
Magazine = (แม็คกาซีน) แม็คสำหรับบรรจุกระสุน มีตั้งแต่ 7 นัดถึง 200 นัดหรือมากกว่านั้น ภายในกระมีสปริงแข็งสำหรับดันกระสุน เมื่อยิงออกไปหนึ่งลูก ปลอกกระสุนจะถูกดีดออก แม็คกาซีนจะดันกระสุนลูกใหม่ขึ้นมา มันจะทำรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที สำหรับปืนประเภท Heavy Assault จะใช้ระบบดึงกระสุนออกจากแม็คกาซีนแทน เมื่อยิงปืนจะดึงกระสุนถัดไปเข้ามาและดีดปลอกกระสุนออกไปอีกด้านหนึ่งของปืนอย่างรวดเร็ว (ตูจำได้... ปลอกกระสุน****กระเด็นใส่หน้าผาก - -* เจ็บนิดๆ แต่ยังแค้นไม่หาย แรงถีบ****ก็เยอะ****** เตะตูให้ล้มเลยดีกว่าไหม? ****... ต่างจากไรเฟิลเบาจริงๆ)
Co-op = ย่อมากจาก "co-operation" (มั้ง) ว่าง่ายๆก็คือการร่วมมือกันระหว่างภารกิจ นอกจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายเกี่ยวกับอะไรอีก
VIP = (วีไอพี) ย่อมาจาก "Very Important Person" หรือ "โครตคนสำคัญ" - -* ตามความหมายนั่นแหละครับ จะว่าประธานาธิบดีนี่ก็น่าจะ VIP เหมือนกัน (วิปปึ)
Hours = ตามความหมายเลยครับที่แปลว่า "ชั่วโมง" แต่มันไม่ได้อยู่ที่คำนี้สักเท่าไหร่ เวลาของทหารนั้นมักจะนับแบบง่ายๆโดยไม่ต้องมาพูด "เฮ้ย! เริ่มภารกิจ ยี่สิบนาฬิกาสามสิบนาที!" แต่ใช้เป็น 2030 Hours เลย 1700 Hours คือห้าโมงเย็น 0610 คือหกโมงสิบนาที (เช้า) ก็พูดตามตัวเลยเช่น 0510 Hours ก็พูดว่า เซโร่ไฟฟ์วันเซโร่ เฮาร์ ก็จะรู้แล้วว่ากี่โมงหรือจะทำอะไรตอนไหน
.50 cal = ปืนกลหนัก และหนักมาก ถือลุยยิงไม่ได้ถ้าไม่แข็งแรงมากๆๆ จริงๆ (ไม่มี ไม่มีใครบ้าแบบนั้นแน่ๆ) ส่วนมากจะติดกับที่คือบนหลังรถเช่น Humvee... 50 cal มาจาก 50 caliber machine gun หัวกระสุนใช้แบบ 12.7mm (หัวกระสุนยาว ยิงคนทะลุเลย)
USMC = นั่นสิ... ย่อมาจากอะไร? ยังไม่มีข้อมูล
Supply = "ซัพพลาย" ก็พวกอาหาร น้ำดื่ม อาวุธ กระสุน เกราะ ส่วนประกอบ และของอื่นๆที่จำเป็นต่อการรบและการทหาร วิธีการส่งก็ทางคอนวอย (ขบวนรถ) หรือเครื่องบินขนส่งพวก C-17 หรือ C-130H
Convoy = "คอนวอย" ขบวนรถที่วิ่งตามกันไปเป็นพรืดๆ มีทั้งรถขนสิ่งของหรือบรรทุกอะไรเรื่อยเปื่อยไป โดยจะมีรถติดอาวุธหรือทหารเดินทางไปด้วยกันเพื่อคุ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือทางน้ำ ส่วนการขนส่งทางอากาศจะมีเครื่องบินคุ้มกันเช่นกัน แต่ไม่ได้เรียกว่า Convoy แต่จะเรียกว่า Escort (สำหรับเครื่องบินที่ทำหน้าที่คุ้มกัน) หรืออย่าง C-130H มี F-18E มาช่วยคุ้มกัน หรือไม่ก็มี UH-60A มีบินคุ้มกันขบวนคอนวอยก็เรียกว่า Escort (สำหรับฮอ)
SEAD Escort = ก็คล้ายๆกันที่อธิบายไปเมื่อครู่นี้ แต่ถ้าบังเอิญหยุดอ่านไปนานแล้วมาอ่านตรงนี้อีกทีก็ใช้คำว่าอธิบายไปเมื่ออันที่แล้วก็แล้วกันนะ(?) คำย่อก็บอกไปแล้ว ข้ามเลยแล้วกัน สำหรับเครื่องบินจะไม่เรียกเป็นคอนวอย แต่เรียกเป็น Package ก็ Escort ก็มีความหมายในการคุ้มกัน SEAD Escort ก็คือคุ้มกัน Friendly Package จากป้อมมิสไซด์ของศัตรู ถ้า Escort ธรรมดาคือคุ้มกันเพื่อนจากเครื่องบินฝ่ายศัตรู สำหรับเฮลิคอปเตอร์ Escort จะหมายถึงคุ้มกันเฮลิคอปเตอร์ของเพื่อนหรือกลุ่มทหารกับยานพาหนะภาคพื้นดินของเพื่อน
Battery = แน่นอนว่าผมไม่ได้หมายถึงหม้อแบทสำหรับเก็บไฟฟ้าแน่นอน แต่หมายถึงกองร้อยปืนใหญ่เช่น Artillery Battery ในสนามรบก็มักจะไปเป็นขบวนๆ แต่ละกองก็เป็นวิศวะกรบ้าง รถถังบ้าง หรือหน่วยสนับสนุนกับเต็มน้ำมันให้รถ (ชักงง?)

----------

คำย่อในสนามบิน

TORA = Take-off Runway Available
ASDA = Accelerate Stop Distance Available
TODA = Take-off Distance Available
LDA = Landing Distance Available
WID = Width of the Runway
ASI = Approach Slope Indicator
ALS = Approach Lighiting System
TDZE = Touchdown Zone Elevation
THR PSN = Thresgold Position

----------

Rank
-สัญลักษณ์ยศของนักบิน-

2nd Lieutenant = แถบสีทองหนึ่งเส้น
1st Lieutenant = แถบสีเงินหนึ่งเส้น
Captain = แถบสีเงินสองเส้น
Major = ใบโอ๊กสีทอง
Lt. Colonel = ใบโอ๊กสีเงิน
Colonel = นกอินทรีสีเงิน

* ใบโอ๊กก็คือใบของต้นโอ๊ก (Oak)
* ทั้งแต่ยศ Major ขึ้นไปปกติจะได้เป็นหัวหน้าหมู่

----------

สักนิดกับคำย่อ (ถึงจะไม่เกี่ยวกับทางทหารบ้างก็เถอะ)

-==R.I.P.==-

คำเต็มคือ "Rest in Peace" หมายถึง "ขอให้ไปสู่สุขคติ" ครับ

-==KIA==-

[สถานะ : Wait]
* ตายในหน้าที่

-==MIA==-

[สถานะ : Wait]
* รอดชีวิต แต่ทำหน้าที่ต่อไปไม่ได้

----------

Rank
-การนับยศของทหารสหรัฐ [ทหารบกและนาวิกโยธิน]-

Private [Pvt.] = สิบตรี (ไพวิท)
Corporal [Cpl.] = สิบโท (คอร์เพอเริล)
Sergeant [Sgt.] = สิบเอก (เซอร์เจ็นท์)
Sergeant Major = จ่าสิบเอก (เซอร์เจ็นท์ เมเจอร์)
Second Lieutenant = ร้อยตรี (เซคค่อน ลูเทนเน้นท์)
Lieutenant [Lieut., Lt.] = ร้อยโท (ลูเทนเน้นท์)
Captain [Cpt., Capt.] = ร้อยเอก (กัปตัน)
Lieutenant Colonel = พันโท (ลูเทนเน้นท์ เคอเนล)
Major = พันตรี (เมเจอร์)
Colonel [Col.] = พันเอก (เคอเนล, โคโลเนล)
Major General = พลตรี (เมเจอร์ เจเนรอล)
Lieutenant General [Lt. Gen.] = พลโท (ลูเทนเน้นท์ เจเนรอล)
General [Gen.] = พลเอก (เจเนรอล)
Lieutenant Commander [Lt. Comdr.] = นาวาตรี (ลูเทนเน้นท์ คอมมานเดอร์) [ยศทหารบก]
Commander [Comdr.] = นาวาโท (คอมมานเดอร์) [ยศทหารบก]

* "First Lieutenant" คือชื่อเต็มของ "Lieutenant" และใช้อีกแบบว่า "1st Lieutenant" และย่อได้อีกทีเป็น "1st Lt."
* "Second Lieutenant" ใช้อีกแบบว่า "2nd Lieutenant" วิธีย่อก็เหมือนอันแรกเป็น "2nd Lt."
* ยศทหารบกและนาวิกโยธินนำไปใช้กับทหารเรือและทหารอากาศไม่ได้ เพราะตำแหน่งจะต่างกันมากเมื่อเปลี่ยนวิธีใช้ในแต่ละกองทัพ
* และยศของทหาร UK หรือ NZ จะนับแตกต่างออกไปนิดหน่อยหรือใช้คำไม่เหมือนกันเช่น Leftenant ก็คือยศเดียวกันกับ Lieutenant

----------

เนื่องจากผมยังไม่ทราบวิธีการนับยศของทหารรัสเซียแต่พอรู้ว่ายศไหนเป็นยศไหนจึงเปรียบเทียบกับทหารสหรัฐไปก่อนนะครับ
*ขอไม่พิมพ์ภาษารัสเซีย*

America > Russia

Captain = Kapitan (แคปปิตัน)
Major = Mayor (เมเยอร์)
Lieutenant = Podpolkovnik (พอดพอลคอฟนิค)
Colonel = Polkovnik (พอลคอฟนิค)
Brigadier General = General-Mayor (เจเรรัล-เมเยอร์)

ที่ไม่แปลทั้งหมดเพราะว่าบอกไปข้างบนแล้วนะครับ
ได้แค่นี้แหละ ที่เหลือจะเสริมข้อมูลให้อีกที

----------

-==Aircraft Carrier==-

จากชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร ปัจจุบันแน่นอนว่าเราจะนึกถึงเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ ส่วนขนาดของเรือใหญ่แค่ไหนต้องไปเห็นกับตาตัวเองให้ได้นะครับ
ผมไม่ทราบหรอกว่า Aircraft Carrier มีโค็ดเรียกว่าอย่างไร แต่การบรรทุกเครื่องบิน การขึ้นบิน และการลงจอดของเครื่องบินรบทำให้ผมสนใจมาก เพราะนักบินต้องมีความแม่นยำสูงในการลงจอด
มีเหตุการณ์ลงจอดผิดพลาดหลายครั้ง ไม่ว่าจะพลาดจนปีกเครื่องบินเสียหาย หรือลงจอดแต่ระยะลงจอดเลยมากเกินไปจนต้องบินผ่านไปอีกรอบถึงแม้ว่าล้อจะแตะพื้นแล้วก็ตาม แม้แต่การลงจอดผิดพลาดที่ถึงขั้นเลวร้ายมากที่สุดก็ยังมี แต่ขอว่าอย่าให้ผมพูดถึงเลย
ปัจจุบัน Aircraft Carrier มีรุ่นพัฒนามากี่แบบและมีประสิทธิภาพรวมถึงจำนวนเครื่องบินรบเท่าไหร่ ผมจะมาว่ากันต่ออีกที กำลังจัดเตรียมข้อมูลอยู่ครับ

----------

-==Battleship==-

มีบทบาททางการทหารขึ้นมาบ้างสำหรับเรือรบประเภทนี้ ไม่ว่าจะสนับสนุนจากพื้นน้ำยิงสู่อากาศ หรือปืนใหญ่ช่วยยิงสนับสนุนทหารภาคพื้นดินด้วยการยิงถล่มเป้าหมายที่กำหนดไว้
ความโหดร้าย (โหดร๊าย!) ของ Battleship อยู่ที่รุ่นของเรือรบ Battleship เป็นเรือที่หุ้มเกราะและมีอาวุธยุทธภัณฑ์เต็มที่ หมายความว่าเหมาะสำหรับการรบเต็มที่ไม่ว่าจะผืนน้ำหรือทางอากาศ
รุ่นของ Battleship มีพัฒนาหลายรุ่นจากสงครามโลก แต่ผมจะไม่พูดถึง จะว่ากันแต่รุ่นในปี 1979 ถึงปัจจุบันเท่านั้น แต่เรื่องนี้เอาไว้ไปว่าพร้อมกันกับ Aircraft Carrier นะครับ

----------

นิดๆหน่อยๆกับสงครามที่เคยเกิดขึ้น
[รายละเอียดจะเพิ่มเติมมาอีกทีหลัง]

World War I (สงครามโลกครั้งที่ 1)

ผมเองก็ไม่อยากทำให้ยืดยาว เอาเป็นพอเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรแล้วกันนะครับ (อะไร+อะไร=อะไร)

-???-

สงครามนี้เกิดในช่วงปี 1914 - 1918 มีทหารมากกว่า 70 ล้านคนรบในสงครามและบาดเจ็บกับเสียชีวิตอีกที่ไหร่หว่า ประมาณ 45 ล้านคน ล่ะมั้ง
สาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 1 คือ "การลอบปลงพระชนม์อาร์คดฺยค ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์" (พิมพ์ยากฟร่ะ) รัชทายาทของจักรวรรดิ ออสเตรีย-ฮังการี
และการแก้แค้นของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีต่อราชอาณาจักรเซอร์เบียก็ทำให้เกิดสงครามเชื่อมโยงไปในจุดต่างๆ แค่ 1 เดือนเท่านั้น ทวีปยุโรปส่วนมากก็อยู่ในสภาวะสงคราม
ในยุโรปกลางก็ได้แยกเป็นประเทศใหม่ๆออกมาเยอะพอสมควร แล้วการสิ้นสุดของจักรวรรดิรัสเซียพาไปสู่จุดเริ่มต้นของ "สหภาพโซเวียต" ผลก็มาจากการปฏิวัติรัสเซีย

-==ประเทศที่เข้าร่วมสงคราม==-

-พันธมิตร-

รัสเซีย
ฝรั่งเศษ
บริเตน
อิตาลี
สหรัฐอเมริกา

-การสูญเสียของฝ่ายพันธมิตร-

เสียชีวิต : 5,525,00 คน
บาดเจ็บ : 12,831,500 คน
หาไม่เจอ : 4,121,000 คน

-ไตรพันธมิตร-

ออสเตรีย-ฮังการี
เยอรมัน
ออตโตมาน
บัลแกเรีย

-การสูญเสียของฝ่ายไตรพันธมิตร-

เสียชีวิต : 4,386,000 คน
บาดเจ็บ : 8,388,000 คน
หาไม่เจอ : 3,629,000 คน

---พอดีกว่ามั้ง---

World War II (สงครามโลกครั้งที่ 2)

ใครที่เคยเล่น Call of Duty 1-2 มาก็จะรู้ว่าสู้อะไรกับประเทศไหน แต่แค่ไม่มีกัปตันไพร์ไปวิ่งเมพเท่านั้นเอง
ต่างจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ตรงที่มีทหารมากกว่า 100 ล้านคน แล้วอาวุธในช่วงนั้นก็ถือว่าพัฒนาขึ้นมาก
ผู้เสียชีวิตประมาณ 70 ล้านคน โดยทั่วไปสงครามครั้งนี้เริ่มต้นด้วยโปแลนด์ไปแหย่เยอรมนี แล้วก็มั่วๆไปกับฝรั่งเศษ (ยังไง?)
(พอแล้ว ข้ามๆไป เดี๋ยวค่อยแก้ใหม่ทีหลัง ทำอย่างอื่นก่อน)

เป็นที่น่าจดจำหรือจะยังไงดี ท่านก็เคยได้ยินใช่ไหมครับ เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองระหว่างปีที่ญี่ปุ่นกับสหรัฐปะทะกันที่เพิร์ล ฮาเบิ้ล
เครื่องบินรบเก่ากึกกือ (สงครามโลกนี่เนาะ) ที่มีหน่วยชื่อว่า "คามิคาเซ่" หรือคามิคาเซะนี่แหละ
神 > かみ > kami > คามิ = พระเจ้า / 風 > かぜ > kaze > คาเซะ > สายลม
มันก็ประมาณว่าสายลมจากพระเจ้าล่ะมั้ง? ช่างมันเหอะ ถ้าใครอยากเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นแบบง่ายๆและไม่เสียเงินก็ตามหา Anime Headquarters ที่หมวดอนิเมะแล้วกัน
ก่อนคามิคาเซะจะปะทะล่ะก็ มีประโยคเด็ดคือ "นิฮอน! บันซาย!!!" เสียงเครื่องบินก็แหง่งๆมาและไม่นานก็ตู้มลงเรือรบ อื้อหือ...จะว่าสุดยอดไหมก็...นะ แต่โคตรระห่ำเลยว่ะ แรมโบ้ไม่กล้าทำแน่นอน (ดูถูกๆ ฮ่าๆๆ)
เอาเถอะ ถึงจะมิมิ(หู?)เซะเซะ(?) ยังไงก็ไม่ได้ช่วยให้ญี่ปุ่นคว้าชัยชนะที่ริบหรี่มาไว้ในกำมือได้และ "แดนอาทิตย์อุทัย" ก็ต้องจบลงด้วยการแพ้ "ทุนนิยม" ไปในที่สุด เอาเหอะ สมควรแล้วล่ะ กำลังทหารมันต่างกัน

และยังมีเด็ดกว่านั้นคือ "Anti-Tank Dog" อ่ะๆ อ่านไม่ผิดพิมพ์ไม่ผิด "หมาต่อต้านรถถัง" นั่นเอง "AT-Dog" แล้วมันยังไง?
คือสหภาพโซเวียตเนี่ย เอ...ช่วงนั้นเป็นรัสเซียแล้วมั้ง ยังอยู่ในช่วงสงครามโลกนี่แหละครับ
มันทำงานยังไง? คือมันจะเข้าไปรุมกัดแทะรถถังครับและรถถังก็จะพัง เฮ่ย ไม่ใช่!!
อย่างว่าแหละครับ รถถังสมัยสงครามโลกมันจะมามาอะไรกับรถถังสมัยนี้ M1A2 คันเดียวก็สู้รถถังสมัยสงครามโลกได้ 5 คันแล้ว
ไม่เกี่ยวกันๆ กลับเข้าเรื่อง "หมา" เนี่ย เอ่อ... "สุนัข" เนี่ย มันจะถูกฝึกให้วิ่งเข้าไปใต้รถถัง รวบรัดและอธิบายเลยก็คือ "หมาพลีชีพ" ดีๆนั่นเอง
เขาจะติดระเบิดไว้ที่หมา ลองไปหาดูตามวิกิพีเดียแล้วกันว่าเขาทำยังไงถึงเป็นแบบนั้นได้ ที่ฮาที่สุดเลย แต่ในสงครามไม่ฮาแน่นอน
พอหมาวิ่งออกไปเนี่ย จะมีพลปืนที่เคยเข็ดแล้วที่โดนหมาพลีชีพ พอเห็นหมาวิ่งมาก็ยิงซะ แล้วหมาที่ไหนเวลาได้ยินเสียงปืนจะไม่ตกใจ ขนาดคนได้ยินยังตุ๊ดแตกเลย
หมามันก็วิ่งกลับไปดิ แถมวิ่งเข้าไปหลบรถถังฝ่ายรัสเซียเองซะงั้น ผลที่ออกมาคือคนที่อยู่ใกล้ๆและคนในรถถังได้ดูดอกไม้ไฟที่ระเบิดบนพื้นที่ก่อนจะม่องไป
เออ... ผมเป็นคนนึงแหละที่จะไม่ใช้วิธีนี้ เอาแรดฝูงใหญ่ๆไปไล่ชนรถถังและพลีชีพยังไม่ดีกว่าเรอะ?! ถ้าไม่ยกเลิกใช้รัสเซียคงจะเกิดสงครามกับหมาแน่นอน "จะทรยศพวกตูเรอะ! ไอหมาพวกนี้! ต้องยิงทิ้ง!" ประมาณนั้นแหละ

เกมพวกสงครามโลกนี่เล่นแล้วสนุกนะ แต่พอสงครามโลกจริงๆไม่ว่าจะภารกิจที่ทำกันจริงๆแล้วมันไม่สนุก ยังไงดีล่ะ... ถ้าเทียบกับสงครามในปัจจุบันแล้วมันตื่นเต้นกว่ากันหลายเท่าเลย

-==ประเทศที่เข้าร่วมสงคราม==-

-ฝ่ายพันธมิตร-

จีน
สหภาพโซเวียต
อังกฤษ
สหรัฐอเมริกา

-ฝ่ายอักษะ-

เยอรมนี
ญี่ปุ่น
อิตาลี

-อัตราการสูญเสีย-

40 ล้านคน - 70 ล้านคน

-The "Way" to "War"- -เส้นทางสู่สงคราม-

1 กันยา 1939 เยอรมนีและสโลวาเกียเริ่มรุกราน "โปแลนด์" ฝรั่งเศษ อังกฤษ ประกาศสงครามกับเยอรมนี แต่ก็ช่วยเหลือแค่การโจมตีจุดเล็กๆเท่านั้น
17 กันยา ปีเดียวกัน หลังสงบศึกชั่วคราวกับญี่ปุ่น สหภาพโซเวียตเริ่มรุกรานโปแลนด์ โปแลนด์จึงถูกแบ่งเป็นเขตยึดครองของเยอรมนีและสหภาพโซเวียต กับประเทศอื่นๆอีกประมาณ 2-3 ประเทศ
แต่โปแลนด์ไม่ยอมแพ้และยังรบต่อไปเรื่อยๆ ในเวลาเดียวกันกับในการรบที่โปแลนด์ กองทัพญี่ปุ่นก็อะโพชิ่งไปโจมตีจีนที่เมือง "ฉางซา" ซึ่งผมก็ไม่รู้จักว่าอะไรฉางๆซาๆ
แต่ญี่ปุ่นก็โตนเตะกลับในต้นเดือนตุลาคมเพราะกองกำลังไม่พอที่จะไปยิงกับเขา (อนาถแท้)

-สหรัฐบุก-

ปี 1944 ฝ่ายพันธมิตรตะวันตกได้บุกขึ้นบกที่หาดโอมาฮ่าในนอร์มังดีด้วย Operation "Overlord" และบุกเข้าสู่ฝรั่งเศษจนปลดปล่อยกรุงปารีสได้ แต่ก็ยังรบต่อไปจนอิตาลีและเยอรมันถูกดันไปจนแนวป้องกันสุดท้าย

Cold War

การสู้รบระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะระหว่างอเมริกาและสหภาพโซเวียต (รัสเซีย) ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสงครามที่ไม่ประกาศสงคราม บางท่านอาจไม่เข้าใจว่าอะไรคือไม่ประกาศสงคราม
ในสงครามโลกนั้นเมื่อจะทำสงครามเมื่อเกิดความขัดแย้งและไม่พอใจก็จะประกาศทำสงคราม และจุดหนึ่งคือสามารถพักรบชั่วคราวได้ แต่ในกรณีนี้คืออยู่ๆก็ทำสงครามโดยไม่มีการประกาศแต่อย่างใด
เออดี ยิงกันให้นิ่มมั่ว คุณลองนึกภาพดูนะ เครื่องบิน C-130 บรรทุกทหารไปเต็มเครื่อง แต่ขากลับเหลือไม่ถึง 10 คน เวรเหอะ แต่ก็ยังดีกว่าตายหมด
และสงครามนี้ยังเป็นจุดแห่งการล่มสลายของกำแพงเบอลินในรัสเซีย ถึงจะไม่ใหญ่เท่าสงครามโลก แต่มีความสูญเสียเยอะและในช่วงปีนี้มันเป็นการรบเต็มรูปแบบที่งัดเอารถถัง อาวุธและเครื่องบินรบมาถล่มกันเต็มอัตรา

สงครามเกาหลีเหนือ

ตั้งแต่นิวเคลียร์แล้ว ช่างมันเหอะ สำหรับสหรัฐถือว่าเกาหลีเหนือคือศัตรูตัวฉกาจในด้านการรบทางอากาศ เอ่อ... ช่างมันเหอะ ขอรวบรวมข้อมูก่อนดีกว่า

----------

ภารกิจต่างๆของสหรัฐตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งจนจบสงครามโลกครั้งที่สอง
-กำลังทำอยู่

----------

พื้นที่ในแผนที่โลกที่เคยมีการสู้รบหลังสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงปัจจุบัน
-กำลังทำอยู่ ถ้ามีท่านไหนทำให้จะช่วยได้เยอะเลย ผมไม่เหมาะกับการทำแผนที่หรือวาดแผนที่ซะด้วย

----------

Vocaloid_BRS
6th January 2012, 10:34
http://upic.me/i/4s/dfbhdmed.jpg

ภารกิจของกองทัพอเมริกาในโซมาเลีย

.::ความล้มเหลวที่ Marka::.

วันที่ : 16 กุมพาพันธ์, 1993, 1530 Hours (บ่ายสามสามสิบนาที)
พื้นที่ : หมู่บ้าน Marka, หุบเขา Jubba

กลุ่มคอยวอยของ U.N. ขนเสบียงอาหารและสิ่งของมีปัญหาในการเคลื่อนย้ายไปที่ Marka ทางเหนือ
ซึ่งมีกลุ่มต่อต้านออกมาโจมตีคอนวอยโดยมีหน่วย Ranger กับทหารของ U.N. คอยยิงต่อต้าน
ทางกลุ่มผู้ต่อต้านหวังจะตัดเสบียงและขโมยไป ทาง HQ จึงให้หน่วย Ranger เดินทางด้วย Humvee ติด .50 cal
ออกไปช่วยยิงสนับสนุนพร้อมส่ง UH-60A ได้ยิงสนับสนุนทางอากาศด้วย ภารกิจนี้จบลงด้วยการพาคอนวอยไปถึงหมู่บ้าน Marka ทางเหนือ

.::โดนล้อม::.

วันที่ : 5 เมษายน, 1993, 1330 Hours (บ่ายหนึ่งสามสิบนาที)
พื้นที่ : โมกาดิชู, โซมาเลีย

คอนวอยของทหาร U.N. ได้ตกอยู่ภายใต้การโจมตีของทหารโซมาเลียอย่างหนักหน่วงและมีทหารบาดเจ็บมากมาย ทางกองทัพสหรัฐส่งหน่วยเรนเจอร์ออกไปช่วย
ทหาร U.N. แต่กลับมีที่กั้นถนนเต็มไปหมดทำให้เป็นเรื่องยากที่จะฝ่าเข้าไปบอกกับเวลากับทหาร U.N. ที่จะกลายเป็นศพในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าทำให้หน่วยเรนเจอร์แทบสติแตก
ทางทหารโซมาเลียเริ่มไหวตัวทันจึงให้กองกำลังติดรถติดอาวุธมาถล่มหน่วยเรนเจอร์แต่ด้วยความโชคดีของหน่วย Ranger จึงทำให้มาถึงจุดของทหาร U.N. แล้วทำการเคลียร์พื้นที่
สภาพของทหาร U.N. ในตอนนั้นแทบจะสู้ต่อไม่ไหวเพราะมีคนเจ็บเยอะเกินไปจึงทำให้เคลื่อนพลต่อไปไม่ได้ จึงยกเลิกภารกิจและหน่วยเรนเจอร์ทีมที่ถูกส่งออกไปก็ไปรวมกับอีกทีมที่อยู่กับทหาร U.N.
และเคลื่อนพลต่อไปโดยหวังว่าทหาร U.N. จะตามมาในไม่ช้า

.::จู่โจมแม่น้ำ::.

วันที่ : 27 มีนาคม, 1993, 0700 Hours (เจ็ดโมงเช้า)
พื้นที่ : หมู่บ้าน Brava, หุบเขา Jubba

หน่วยข่าวแจ้งมาว่าในหมู่บ้าน Brava มีอาวุธผิดกฏหมายและรอการขนย้ายทางเรือเพื่อไปส่งให้กลุ่ม Habr Gadir หน่วยเรนเจอร์สามทีมเข้าจู่โจมโดยลงจาก UH-60A
และเข้าหมู่บ้านทางเท้าเนื่องจากมีชาวบ้านอยู่ด้วยจึงทำการยิงจากบนอากาศไม่ได้ หน่วย Ranger สามารถยึดอาวุธผิดกฏหมายได้สำเร็จและเอกสารทั้งหมด
ทีม 1 จำเป็นต้องไปอีกหนึ่งจุดที่อยู่อีกฝากของแม่น้ำที่มีจระเข้เยอะมาก! แล้วเนื่องจากมันเป็นแค่จระเข้ ทาง HQ มันจึงไม่ส่ง Black Hawk มารับทำให้หน่วยเรนเจอร์เกือบถูกงาบเป็นอาหารจระเข้
แล้วก็ต้องเสียลูกกระสุนเพราะยิงจระเข้แทนยิงทหารโซมาเลีย (เฮ้อ... ถ้าเป็นตู ตูก็ต้องยิง) ที่มีการขนย้ายอาวุธเถื่อนไปแล้วเตรียมการส่ง ทีม Victor Two ได้สแตนบายด์รอทีม Ranger
เพื่อเข้าบุกหมู่บ้าน สุดท้ายแล้วสามารถเข้ายึดอาวุธและทำลายเรือขนสินค้าได้สำเร็จ

.::ตัดสายไอดิด::.

วันที่ : 3 กันยายน, 1993, 0200 Hours (ตีสอง)
พื้นที่ : โมกาดิชู, โซมาเลีย

จากหน่วยข่าวกรองทำให้ได้รับข้อมูลมาว่าที่แห่งหนึ่งในโมกาดิชูกลุ่มแนวร่วม Hadr Gedit ของไอดิดมีเสาวิทยุที่รบกวนคลื่นตรวจจับสัญญาณของ U.N. ในโมกาดิชู ทีม Delta 5-1 ต้องออกปฏิบัติการในช่วงดึกและบุกแบบไม่ให้ศัตรูรู้ตัวซึ่งทหารโซมาเลียก็ยังเปลี่ยนเวรกันเฝ้าเหมือนปกติ
ทีม Delta จำเป็นต้องเข้าไปทำลายเสาวิทยุเพื่อทำลายการสื่อสารและตั้งจุดให้ Black Hawk เข้ามาทำหน้าที่ให้พื้นที่ภารกิจ ผ่านไปช่วงหนึ่งทีม Delta ผ่านมาได้ด้วยดีจนถึงภารกิจทำลายเสาวิทยุและเครื่องส่งสัญญานทั้งหมด (ของกากๆเลยทำลายทิ้งหมด ว่าอย่างนั้น?)
ทีม Delta ได้รายงานว่าทำลายเสาอากาศวิทยุแล้ว ไม่นานนักเสียง Black Hawk ก็บินเข้ามา จากหมู่บ้านที่เคยเงียบสงบกลับได้ยินเสียงทหารโซมาเลียตะโกนดังลั่นว่ามีศัตรูบุก
หน่วย Delta กลับลงไปข้างล่างเพื่อรวบรวมเอกสารสำคัญและรีบรุดออกไปทันทีเพราะรู้ว่าถ้าอยู่ที่นี่ล่ะก็จะกลายเป็นศพแน่นอนเพราะทหารโซมาเลียเปิดฉากยิงใส่ Black Hawk แบบดุเดือด
ทีม Ranger ซึ่งเป็นหน่วยสนับสนุนของทีม Delta ได้วิทยุถึงว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีแล้ว "นายรีบออกมาเร็วว่านี้ได้หรือเปล่า?" หน่วย Delta ตอบกลับไปว่ายังพอไหว ด้วยการอาศัยความมืดในการพลางตัวทำให้
ผ่านไปได้แต่รถติดอาวุธฝ่ายศัตรูที่ทางไอดิดส่งมาดักทีม Delta ทำให้เกือบโดนเก็บไปแล้ว ทาง Ranger มาถึงจุดนัดพบตามกำหนดทำให้ทีม Delta ฝ่าไปขึ้นรถของทีม Ranger ได้
เวลานั้นประมาณตีสี่ AH-6 ได้เข้าโจมตีรวมถึงหน่วยเรนเจอร์เข้าจู่โจมทหารโซมาเลีย รุ่งเช้าทางหน่วย Ranger เข้ายึดพื้นที่และอาวุธผิดกฏหมายเอาไว้ได้

.::กำจัดพวก Russian ใต้ดิน::.

วันที่ : 10 กันยายน, 1993, 0700 Hours (เจ็ดโมงเช้า)
พื้นที่ : โมกาดิชู, โซมาเลีย

HQ ได้รับรายงานมาว่ากลุ่ม Habr Gedir นัดประชุมกันในวันนี้ (98/10/10) เรื่องอาวุธที่ผลิตโดยโซเวียตและเตรียมแลกเปลี่ยนอาวุธ
HQ ก็ได้ส่งทีมไปเข้ายึดตึกหลังดังกล่าวพร้อมจับตัวการสำคัญ (ไม่สำคัญก็ยิงทิ้งตามสเตปนะครับ) ที่น่าตกใจก็คือมันลงทุนขุดหลุมลงไปอยู่ใต้ดิน
ยังกับทหารเวียดนามแต่ทำได้ดีกว่า (พวกมันรวยกว่า) จบภารกิจด้วยการจับตัวการสำคัญได้และโชคดีจริงๆที่พวกนั้นยอมบอกข้อมูลของไอดิดซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของกองทัพสหรัฐ (ตูไม่ได้สำเร็จด้วยนี่)

.::พังทลายที่ซ่องสุม::.

วันที่ : 17 กันยายน, 1993, 1045 Hours (สิบโมงสี่สิบห้านาที)
พื้นที่ : โมกาดิชู, โซมาเลีย

มีตัวการสำคัญจะมาเข้าร่วมประชุมที่โรงแรมเก่าๆแห่งหนึ่งในเมืองร่วมถึงน่าจะเจอไอดิดตัวการใหญ่ด้วย หน่วยเดลต้าได้ออกปฏิบัติในตอนมืด
และเข้าควบคุมตึกรวมถึงจับตัวการใหญ่ของกลุ่ม Habr Gedir แต่ด้วยเป็นเขตชุมชนจึงมีชาวบ้านทำให้หน่วยเดลต้าลำบากในการทำภารกิจ
หน่วย Ranger 4-2 และ 160th SOAR โรยตัวลงจาก Black Hawk ลงบนตึกเป้าหมาย A ทีม Delta 4 และ 5 ลงจาก AH-60 บนตึกเป้าหมาย B
แหล่งข่าวรายงานมาว่ามีทหารฝ่ายศัตรูประมาณ 30-40 คนติดอาวุธ AK-47 และ RPG มีความเป็นไปได้ที่จะมีรถติดอาวุธมาด้วย
ภารกิจนี้ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีในการเคลียร์พื้นที่และรับเชลยขึ้นรถไป (เร็วจริง)

-==Black Hawk Down==-

สำหรับภารกิจนี้ต้องบอกได้เลยว่าไม่เคยลืมจริงๆ! ความผิดพลาดของภารกิจที่ทำให้ทหารทั้งหมดต้องเสี่ยงตายและมีทหารเสียชีวิตถึง 19 นาย บาดเจ็บอีกหลายนาย
ภารกิจนี้ UH-60A Blackhawk ร่วงไป 2 ลำคือ Super 61 และ Super 64 แล้วตอนโดยตัวสิบตรีแบล็คเบิร์นโดนตกลงจากฮอเพราะ Blackhawk หักหลบ RPG ที่พุ่งเข้าใส่
ผู้นำหัวหน้ากลุ่มก่อการร้าย มูฮัมมัต ฟาร่า ไอดิด คือคนที่ทางการต้องการตัวมากที่สุดและหวังว่า ถ้าจับตัวเจ้าหมอนี่ได้ทุกอย่างมันจะจบ ที่ทางทหารโซมาเรียฝากข้อความไว้เลยว่า
ถึงจะไม่มีหัวหน้าไอดิด แล้วคิดว่าพวกเราจะยอมจำนนง่ายๆอย่างนั้นเหรอ?

.::สันติภาพ::.

วันที่ : 3 ตุลาคม, 1993, 1535 Hours (บ่ายสามสามสิบห้านาที)
พื้นที่ : ฐานทัพ TFR นอกเขตโมกาดิชู, โซมาเลีย
PSP : (Task Force Ranger)

มีสองตัวการใหญ่ฝ่ายไอดิดเข้าร่วมประชุมพร้อมทหารโซมาเลียกับหัวโจ๊กอีกมากมายในบ่ายวันนั้นที่โรงแรม Olympic
หน่วยเรนเจอร์และเดลต้าบุกเข้าทางอากาศและภาคพื้นดินด้วยภารกิจ "Irene" (ไอรีน) ภารกิจผิดพลาดตั้งแต่เริ่มเพราะสายของไอดิดรู้ตัวว่า มันตื่นตัวกันทันที อย่างกับมดแตกรัง
หน่วยเดลต้าบุกมากันฮือแล้วเตรียมตั้งรับเต็มที่ พร้อมเผายางกันทั่วเมืองและสร้างที่กั้นถนนหลายสาย ภารกิจคือทีม Chalks และ Delta จู่โจมตึกเป้าหมายและจับเชลยทั้งหมดและรอรถมารับ
เมื่อทีม 4th platoon มาถึงจะรับเชลยขึ้นรถทันที Romeo 64 วางแนวป้องกันรอบๆจนกว่าคอนวอยจะมา และ Juliet 25
วางแนวป้องกันอีก 1 จุด เวลาผ่านไป ขบวนคอนวอยเริ่มออกเดินทางกลับสู่ฐาน แต่สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดที่สุดคือ RPG ของทหารโซมาเลียพุ่งใส่ใบพัดท้าย
"เฮ้ย! RPG! ทาง 6 นาฬิกา มันเล็งมาทางนี้แล้ว!" 'ตู้ม' "บ้าชิบ!" "Super Six-One โดนตุ๋ย เราโดนซุ่มตุ๋ย" "ใบพัดท้ายไม่ทำงาน!" "มันหยุดหมุนไปแล้ว บ้าชิบ!" "เวรเอ้ย!!"
"We been hit. hang on hang on! we going down! super six-one is hit! six-one is going down!" 'ครืน......' 'ซ่า........' เสียงวิทยุถูกตัดขาดเพราะความเสียหายจากการลงกระแทกพื้นแบบน่าประทับใจจนน้ำตาแทบจะทะลักออกมา
เขาเสียการควบคุม ในช่วงที่ Super 61 โดนยิงนักบินพยายามคุมเครื่องไว้แล้วหาจุดลงจอดที่ดีที่สุดในตอนนั้นสุดท้ายจุดฮอตกไปอยู่อีกฝากหนึ่งของจุดภารกิจซึ่งถือว่าไกลพอสมควร แต่มันจะยากเย็นกว่านี้ถ้าจู่ๆไปร่วงใส่หลังคาบ้านคนอื่นแล้วค้างอยู่ด้านบน
ทำให้ผู้การทำหน้าเครียดหนักแล้วสั่งให้คอนวอยรีบไปที่จุดตกทันทีก่อนที่ชาวเมืองจะไปถึงจุดที่ฮอตกก่อน จ่า เอวอทแมน ได้รับคำสั่งจาก Romeo 64 ให้ไปที่จุดฮอตกพร้อมลูกน้อง
เพื่อวางแนวป้องกันแล้วผู้การก็สั่งให้ Star 41 (MH-6) ไปที่จุดตก ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งหน่วยเรนเจอร์วางแนวป้องกันรอบๆและ Star 41 ได้ลงจอดที่จุดตก สภาพในฮอคือมีคนเจ็บหนึ่ง นักบินทั้งสองคน KIA ทันทีที่เครื่องปะทะลงพื้นและเอาศพออกมาไม่ได้
มีผู้รอดชีวิตหนึ่งคน เขากระแทกกับฮอตอนที่ฮอหมุนคว้างในอากาศ แต่นักบินดึงเขาไว้ไม่ให้ร่วง ทหารโซมาเรียกระหน่ำอย่างหนัก ในซากฮอที่ตกนั้นทหารผู้โชคดีที่รอดชีวิตมาได้กลับต้องเจอฝันร้ายที่น่าหดหู่เพราะเขาไม่มีใครแล้วนอกจากตัวเอง
Star 41 ไปถึงจุดตกพร้อมหน่วยอื่นๆช่วยวางแนวป้องกันได้และรายงานสถานการณ์ การที่ Blackhawk ตกนี้เป็นเหตุให้มีการยิงขึ้นทั่วเมือง ถึงแม้บางช่วงจะไม่มีเสียงปืนดังขึ้นก็ตาม หน่วยแต่ละหน่วยจำเป็นต้องกระจายกำลังกันออกไปทำให้กลับมารวมพลกันลำบาก
ทางคอนวอยในเวลานั้นโดนกระหน่ำอย่างหนักทั้ง RPG และ AK และข่าวร้ายที่ตามมาอีกอย่างนึงคือ จ่า โดมินิค วิลล่าโดนยิงและเสียชีวิตในหน้าที่ ทหารทั้งหมดแทบจะตกอยู่ในความสิ้นหวังหลังหวังว่าฮัมวีจะมารับพวกเขากลับบ้าน
คอนวอยโดนถล่มอย่างหนักจนไปสามารถเข้าไปที่จุดตกได้ ผบ.จึงอนุมัติให้กลับฐานทัพเพื่อไปติดอาวุธจัดกำลังใหม่ แต่ทหารทั้งหมดจะได้ยินว่าคอนวอยมุ่งหน้ากลับฐานแต่ก็รู้ดีว่าตัวเองจะต้องสู้ต่อไปถึงแม้อาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับไป

.::คอนวอยตีฝ่า::.

วันที่ : 3 ตุลาคม, 1993, 1745 Hours (ห้าโมงสี่สิบห้านาที)
พื้นที่ : โมกาดิชู, โซมาเลีย

ข่าวร้ายที่ได้เจอมา Super Six-One (61) กำลังจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ก็โดนซุ่มยิง โดน RPG แล้วร่วงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของตึกที่เป็นเป้าหมาย
ฝันร้ายที่ไม่สิ้นสุดคือให้คอนวอยไปที่จุดตก คุ้มกันจุดตกและพยาบาลรวมถึงขนย้ายคนเจ็บทั้งหมดออกมาและจะเริ่มถอนกำลังในทันที
ผบ. สั่งให้ผู้การบอกทางให้คอนวอยไปที่จุดตกและเป็นการฝ่าไปที่ลำบากมากเพราะเจอทั้งเครื่องกีดขวางและทหารโซมาเลียเต็มไปหมด
C-SAR 5-1 นำทีมโดยแซนเดอร์สันขอเข้าไปที่จุดตกทางเท้าทางผู้การอนุมัติให้ไปได้หน่วย Delta จึงเดินเท้าเข้าไปยิงคุ้มกันที่จุดตกจนกว่ากำลังเสริมจะมา
C-SAR 5-1 ได้เข้าไปยิงสนับสนุนให้ Blackhawk จนกว่าจะโรยตัวเสร็จ (ถ้าดูแค่ในหนังไม่รู้แน่ เพราะเขาไม่ได้แสดงในฉากนั้น) ถือว่าภารกิจสำเร็จและสามารถช่วยคนเจ็บได้แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรีบพาคนเจ็บออกไปก่อนที่จะสายเกิน
ท้ายที่สุดคอนวอยก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปที่จุดตกได้เนื่องจากโดนถล่มอย่างหนัก ผบ.จึงอนุมัติให้กลับฐานในเวลาประมาณ 18 นาฬิกา (เหมือนที่ว่ามาในภารกิจ Irene ครับ)

PSP. คนที่บอกทางให้คอนวอยอยู่บน Blackhawk คอยสังเกตุการณ์และช่วยเหลือต่างๆในด้านเส้นทางและข้อมูล (เรียกเป็น Aerial Recon)

.::ทหารผู้กล้า::.

วันที่ : 3 ตุลาคม, 1993, 1800 Hours (หกโมงเย็น)
พื้นที่ : โมกาดิชู, โซมาเลีย

หลังจาก Super Six-Two โรยตัวเสร็จ Super Six-Four ก็ได้รับคำสั่งให้เข้าไปทำหน้าที่แทน แต่สิ่งที่รออยู่คือ RPG พุ่งใส่ในพัดท้ายของ Super Six-Four ช่วงแรกเครื่องยังบังคับได้อยู่ ผู้การสั่งให้กลับไปที่ฐานเพราะดูท่าจะไม่ดีแล้ว แต่เมื่อผ่านไปแค่ไม่ถึงนาที
ใบพัดท้ายก็หยุดทำงานทันทีทำให้ Super Six-Four ศูนย์เสียการควบคุมแล้วร่วงลงสู่พื้นทันที จุดตกจุดที่ 2 อยู่ทางใต้ของตึกที่เป็นเป้าหมาย และทีมของแซนเดอร์สันจำเป็นต้องเข้าไปช่วยคุ้มกันจุดตกจุดที่ 2 และพาหน่วยเรนเจอร์ไปยังจุดตกจุดที่ 2
ทหารบางหน่วยต้องรับคำสั่งเดินทางเท้าไปยังจุดตกจุดที่ 2 เส้นทางผู้การจะเป็นคนบอกให้
Blackhawk อีกลำได้รับคำสั่งให้เข้าไปสำรวจในจุดตกที่ 2 ทางหน่วย Delta ขอลงไปวางแนวป้องกันจนกว่ากำลังเสริมจะมาแต่ผู้การไม่อนุมัติเพราะจะไปเสี่ยงอีกลำไม่ได้ เพราะทหารโซมาเรียมีเต็มพื้นที่ พวกเขาเองก็รู้ดี... ทหาร 2 คนกับทหารโซมาเรียนับไม่ถ้วน ถ้าจะไม่อันตรายก็คงต้องใช้สูตรโกงหรือ Trainer
เมื่อเวลาผ่านไปฝูงชนและทหารโซมาเลียพากันแห่มาเยอะขึ้น ทางหน่วยเดลต้าจึงขออนุญาตเข้าไปวางแนวป้องกันอีกครั้ง ครั้งนี้ผบ.เป็นถามโดยตรงเลยว่านายอยากจะเข้าไปจริงๆใช่ไหม มันเสี่ยงมากนะ แต่หน่วยเดลต้ายืนยันว่าจะเข้าไปจริงๆ
ผบ. จึงอนุมัติให้เข้าไปได้แต่นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ผบ.ได้ยินหน่วยเดลต้าคนนั้นพูด นักบินยังมีสติแต่ร่างกายบาดเจ็บ แม้แต่ปืนจะแทบจะไม่มีแรงถือแต่สามารถเอาปืนขึ้นมายิงตอบโต้ได้
ในขณะเดียวกันทีมของแซนเดอร์สัน (Delta 5) ก็กำลังฝ่าออกจากจุดตกที่ 1 ไปยังจุดตกที่ 2 และรวบรวมกำลังพลที่กระจัดกระจายกันอยู่ ขณะเดียวกันอีกเช่นกันลูกทีมของจ่า เอวอทแมน ทีมจูเลียตก็ได้เคลื่อนกำลังพล (3 คน) ไปยังจุดตกที่ 2 เช่นกัน
เวลาผ่านไปไม่นานทีมเดลต้า 2 คนที่ลงจาก Blackhawk เข้ามาช่วยนักบินที่รอดชีวิตอยู่พร้อมพาเข้าไปหลบในที่กำบังแล้วออกไปยิงสู้กับทหารโซมาเรีย กระสุนที่เริ่มยิงออกไปเรื่อยๆก็เริ่มน้อยลง หน่วยเดลต้าคนหนึ่งถูกยิงกลางหัวและลำตัวร่วงไปก่อน
หน่วยเดลต้าอีกคนหนึ่งจึงนำกระสุนที่เหลือมาให้นักบินคนที่บาดเจ็บอยู่ (ขยับขาไม่ได้) แล้วออกไป ถ้าดูแววตาดีๆล่ะก็เหมือนกับว่านั่นเป็นคำบอกลาครั้งสุดท้ายยังไงอย่างนั้นเลย
หน่วยเดลต้าออกไปประจำในซากฮอและยิงสู้กับทหารโซมาเลียกับชาวบ้านนับร้อยๆคน ซึ่งแน่นอนว่าสู้ไม่ได้และถูกยิงจนเสียชีวิตในที่สุด นักบินได้ถูกสมุนของไอดิดจับตัวไปเป็นเชลย เพราะไอดิดต้องการจับเป็น
เมื่อทีมของแซนเดอร์สันไปถึงจุดตกก็พบว่าเขามาช้าไปซะแล้ว เลยทำลายซากฮอทิ้งซะ จากนั้นก็ได้ติดต่อหาจ่าเอวอทแมนว่าอยู่ที่ไหนและเข้าไปหา ทางลูกทีมจูเลียตก็ติดต่อมาเหมือนกันว่าจะเข้าไปหา
ทหารโซมาเลียที่สวดมนต์อยู่ด้านบนได้ยินเสียงวิ่งคนหน่วยเรนเจอร์คนสุดท้ายก็โผล่ขึ้นมายิงที่หลังแต่โดนวิทยุสื่อสารจนระเบิด หน่วยเรนเจอร์คนหนึ่งจึงวิ่งออกไปช่วยแต่โดนยิงที่กลางหลังอีกคนหนึ่ง
หน่วยเรนเจอร์คนอื่นๆจึงรีบไปพาสองคนนั้นเข้ามา ทหารคนที่ถูกยิงคนแรกไม่เป็นอะไรมาก แต่คนที่ออกไปช่วยอาการสาหัสสุดท้ายแล้วเสียชีวิตในวันต่อมา

.::พึ่งพาและป้องกันชีวิต::.

วันที่ : 4 ตุลาคม, 1993, 0600 Hours (หกโมงเช้า)
พื้นที่ : โมกาดิชู, โซมาเลีย

ช่วงดึกของวันที่ 3 ตุลาคมผบ.ได้ส่งคนไปหาผบ.ปากีสถานเพื่อขอความช่วยเหลือพาหน่วยเรนเจอร์ออกจากพื้นที่สู้รบ แต่ทางเขาตอบกลับมาว่า เราบุกโดยบุ่มบ่ามและไม่บอกเขา
และจำเป็นจะต้องมาจัดกำลังทหารพร้อมยานเกราะใหม่ พลตรีทำหน้าเครียดและตอบกลับไปทันทีว่า ผมเข้าใจดี แต่ขอย้ำว่าทหารของผมกำลังตกอยู่ท่ามกลางทหารโซมาเลียนะ ถ้าคุณไม่ช่วยพวกเขาล่ะก็พวกเขาจะเละเป็นโจ๊กอยู่ในสนามรบในเช้าวันพรุ่งนี้แน่นอน
คอนวอยได้มุ่งหน้าไปที่สนามกีฬาปากีสถานเขตปลอดภัย (เป็นฝ่ายมิตร) เพื่อเตรียมกำลังกลับเข้าไปช่วยคนที่เหลือออกมา ทางแซนเดอร์สันก็พาหน่วยเรนเจอร์อีก 2-3 คนไปด้วยเพื่อกำจัดพวกซุ่มยิงและปืนกลกับเครื่องยิงระเบิดและพวก RPG ที่ซุ่มตุ๋ยฮอและฮัมวีในจุดต่างๆ
แซนเดอร์สันได้รับวิทยุมา "เฮ้ เพื่อน ถ้านายอยู่ข้างล่างกับพวกไอ้ก้างล่ะก็ ช่วยหลบออกไปด้วย" แซนเดอร์สันตอบกลับไปทันที "เออว่ะ ดีใจจริงๆที่ได้ยินเสียงนาย" ทีมของแซนเดอร์สันเข้าชิดกำแพงและ AH-6 ก็กราดยิงทหารโซมาเลียไปเป็นแนวยาวก่อนที่จะมีวิทยุ
ว่าเคลียร์แล้ว รอบินกลับเข้าสถานะเตรียมพร้อมอีกครั้ง ช่วงประมาณเกือบเช้า (ยังมืดอยู่ ประมาณตี 4-5) ทีมของ AH-6 มาเสริมและทีมของแซนเดอร์สันก็กลับมาที่จุดเดิมเรียบร้อยแล้ว จ่าเอวอทแมนได้รับวิทยุมาว่าเตรียมสนับสนุนทางอากาศแล้ว
แต่ข้างล่างยังยิงกันเต็มไปหมด แยกไม่ออกว่าฝ่ายไหนกันแน่ จึงอยากให้ช่วยตั้งจุด จ่าเอวอทแมนจึงเอาเครื่องตั้งจุด (ไม่ทราบแน่ว่าประเภทไหน แค่เครื่องเล็กแค่แม็กกาซีนปืนสั้น) โยนขึ้นไปบนตึกที่ทหารโซมาเลียใช้เป็นที่ซุ่มยิงอยู่แต่เครื่องตั้งจุดกลับไม่ขึ้นข้างบน
ทาง AH-6 รายงานมาว่ายังไม่เห็นจุดเลย จ่าสังเกตุเห็นว่าร่วงอยู่ข้างล่างของอีกตึกแซนเดอร์สันจึงสั่งให้ลูกทีมทั้งหมดยิงคุ้มกันผสานจ่าเอวอทแมนเพื่อให้ฝ่าไปเก็บ จ่าเอวอทแมนวิ่งผ่านดงกระสุนนับร้อยไปอีกตึกเพื่อเก็บตัวตั้งจุดและโยนไปบนตึก (เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก วิ่งฝ่าไปโดยไม่กลัวถูกยิง)
"โอเค เราเห็นแล้ว จะทำการยิงเดี๋ยวนี้ล่ะ" AH-6 ทั้ง 2-3 ลำเห็นจุดแล้วเริ่ม Cleared Hot ลากไปเป็นทางยาวก่อนที่จะรายงานฐานทัพว่ากระสุนหมด ขอกลับไปเติมใหม่และทีม 2 จะมาแทนที่ในอีก 4 นาที และทีม 3 จะมาในอีก 12 นาที
ช่วงเช้ามืดได้รับวิทยุว่าคอนวอยมาแล้ว "ETA Five Minute" จ่าตะโกนขึ้นทันที "อีก 5 นาที! คอนวอยจะมาถึงในอีก 5 นาที!" ผ่านไปช่วงหนึ่งคอนวอยก็วิ่งมาจอดหน้าที่กำบังของจ่าเอวอทแมนกับแซนเดอร์สันแล้ววางกำลังป้องกันเพื่องัดเข้าไปในที่ศพติดอยู่ออกมา
ผบ. ได้พูดทิ้งท้ายไว้แค่คำว่า "อย่าทิ้งแม้แต่คนเดียว ต้องช่วยออกมาให้ได้" ก่อนที่จะนั่งดูสถานการณ์ต่อไป ช่วงเช้าของวันที่ 4 ตุลาคม สามารถนำศพนักบินที่ติดอยู่ออกมาได้แล้วทำลายซาก Blackhawk ทิ้งก่อนที่ขบวนคอนวอยกำลังเคลื่อนพลไปยังสนามกีฬาปากีสถาน

.::บุกฝ่าโมกาดิชู::.

วันที่ : 4 ตุลาคม, 1993, 0715 Hours (เจ็ดโมงสิบห้านาที)
พื้นที่ : โมกาดิชู, โซมาเลีย

หน่วยเดลต้าและเรนเจอร์บางส่วนต้องเดินเท้าคุ้มกันคอนวอยออกไปเมืองไปสนามกีฬ่าปากีสถาน จู่ๆคอนวอยก็ค่อยๆเร่งความเร็วทิ้งห่างทีมเดลต้าและเรนเจอร์ที่เดินเท้าคุ้มกันอยู่
แซนเดอร์สันตะโกนขึ้นมาทันที "เฮ้! เดี๋ยวสิ! รอด้วยสิ!" แต่คอนวอยมีเหตุจำเป็นเพราะทนกระสุนมากไม่ได้ หน่วยเรนเจอร์และเดลต้าจึงต้องเดินเท้าฝ่ากระสุนเข้าสนามกีฬาปากีสถานไป
ทหารโซมาเรียจำนวนมากซุ่มโจมตีในจุดต่างๆ พวกเขาแทบจะบ้าตายเพราะคอนวอยทิ้งห่างพวกเขาไปจนลิบตา ทั้งกระสุนและความเหนื่อยล้าเข้าถาถม อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีเวลาแม้แต่เพียงวินาทีเดียวในการหยุดอยู่กับที่เพื่อยิงต่อสู้ ถ้ากระสุนของเขาหมด นั่นหมายถึงชีวิตของเขากำลังอยู่ในขั้นอันตรายสุดๆ
ทุกคนสามารถฝ่าไปถึงสนามกีฬาได้ด้วยความเหนื่อยล้าจนอยากไม่อยากจะก้าวขาออกไปอีก ชาวบ้านต่างยกน้ำมาให้เหล่าทหารกล้า ทำให้ความหดหู่หายไป เขาสาบานว่าจะต้องช่วยคนที่เหลือออกมาและจบสงครามให้เร็วที่สุด แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

.::Epilogue::.

หน่วยเรนเจอร์และเดลต้ายังไม่หมดภารกิจ พวกเขาจำเป็นต้องลุยต่อ ผ่านไป 1 วันสำหรับในสนามกีฬาปากีสถาน พวกเขารวบรวมกำลังใหม่และจัดทีมเข้าไปปฏิบัติภารกิจเพื่อตามล่าไอดิดและลูกน้องของเขา ท้ายที่สุดก็ชวดไปจนได้ แต่ก็ได้เชลยมา
สงครามครั้งนี้ยังต่อไปก่อนที่จะจบลงด้วยการเสียชีวิตของทหารสหรัฐ 19 นาย และทหารโซมาเลีย 1000 คน เป็นภารกิจที่เป็นประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ครับ ว่ากันตามตรง เสียชีวิต 2 คนก็เยอะจนไม่มีอะไรมาแทนได้แล้วครับ
ไมเคิล ดูแล็น นักบินที่ถูกจับไปเป็นเชลย ถูกปล่อยตัวหลังจากถูกจับไปเป็นเวลา 11 วัน สองสัปดาห์หลังจากนั้นประธานาธิบดีครินตัน สั่งถอนกำลังเดลต้าและเรนเจอร์
พลตรีวิลเลี่ยม เอฟ แกรดิสัน แถลงขอรับผิดชอบต่อความเสียหายแต่เพียงผู้เดียว
2 สิงหาคม 1996 โมฮัมมัต ฟาร่า ไอดิด ถูกสังหารในโมกาดิชู และวันรุ่งขึ้น พลตรีแกรดิสัน เกษียณและปลดประจำการ

.:::PSP:::.

บางท่านอาจจะสงสัยว่าไอดิดถูกฆ่าได้ยังไง ที่จริงไอดิดไม่ได้ไป "โทะทะ โทะทะ" อยู่หลังรถกระบะแล้วโดน EM Cannon ซัดใส่แบบในหนังหรอกครับ (เรื่องจริงเป็นแบบนั้นล่ะก็โครตฮา)
วันที่ 2 สิงหา 1996 พลตรีแกรดิสันส่งหน่วย BlackOps ไปที่ซ่อนของไอดิดด้วย Operation : ลบล้างไอดิด (Top Secret Operation ที่เป็นความหวังสุดท้ายของพลตรีจริงๆ) และสามารถสังหารได้ในที่สุด แล้ววันรุ่งขึ้นพลตรีก็ปลดประจำการ