ยินดีต้อนรับเข้าสู่ jokergameth.com
ค้นหาข้อมูลใน jokergameth.com
หน้าแรก สั่งซื้อสินค้า
กระดานพูดคุย เกี่ยวกับเรา





เวปไซท์เราจะอยู่ไม่ได้หากขาดเขาเหล่านี้ รวมช่วยกันสนับสนุนเวปไซท์สปอนเซอร์ของพวกเรา

colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์ สนับสนุนเว็บไซต์ กางเกงเล Joker Game Official Fanpage บล็อคสาวไฮโซ เล่นเกมแล้วได้เงิน ลงโฆษณา
ให้เช่า Colocation
บริจาค Bitcoin
กางเกงเล
Jokergame Facebook
บล็อคสาวไฮโซ
จ้างให้เล่นเกม

กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4
  1. #1
    --++<..SATANISM..>++--
    วันที่สมัคร
    Jul 2011
    กระทู้
    556
    กล่าวขอบคุณ
    408
    ได้รับคำขอบคุณ: 3,863

    ''ขุนรองปลัดชู'' วีรชน ที่พงศาวดารบันทึกไว้เพียงแค่ 2บรรทัด


    นามของขุนรองปลัดชู กับ กองอาสาอาทมาท ดูเหมือนจะเลือนลางในความทรงจำของคนไทย ทั้งๆ ที่วีรกรรมในการรุกรบกับพม่า นั้นมีมาก่อน ชาวบ้านบางระจัน อาจกล่าวได้ว่า ถ้าไร้ศึกที่อ่าวหว้าขาว ก็อาจไม่มีศึกบางระจัน

    พ.ศ. 2303 พระเจ้าอลองพญากษัตริย์พม่า ได้ให้มังระ ละมังฆ้อนนรธาราชบุตรยกทัพมาตี เมืองมะริดของไทยซึ่งอยู่ในความปกครองของกรุงศรีอยุธยาในครั้งนั้นขุนรองปลัดชูกรมการเมืองวิเศษไชยชาญซึ่งเป็นผู้ทรงวิทยาคม แก่กล้า ชำนาญในการรบด้วยดาบสองมือ มีลูกศิษย์มากมาย จึงได้รวบรวมชาววิเศษไชยชาญ จำนวน 400 คน เข้าสมทบกับ กองทัพของพระยารัตนาธิเบศร์ โดยใช้ชื่อว่า “ กองอาทมาต ”
    พระยารัตนาธิเบศร์ ยกกองทัพไปตั้งที่เมืองกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้สั่งให้ขุนรองปลัดชูคุมกองอาทมาต ไปตั้ง
    สกัดกองทัพพม่าที่อ่าวหว้าขาว ตั้งอยู่เหนือที่ว่าการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบันนี้ พอกองทัพพม่ายกทัพผ่านมา

    ขุนรองปลัดชูจึงคุม ทหารเข้าโจมตีรบด้วยอาวุธสั้นถึงตะลุมบอน ถึงแม้ทหารของไทยจะน้อยกว่า แต่ก็ฆ่าฟันพม่าล้มตายเป็นจำนวนมาก การต่อสู้ผ่านไป
    1 คืน ถึงเที่ยงวัน รุ่งขึ้นก็ยังไม่สามารถเอาชนะพม่าได้ เพราะพม่ายกทัพหนุนเข้ามาช่วยอีก

    ด้วยกำลังที่น้อยกว่าจึงเหนื่อยอ่อนแรง ในที่สุดก็ถูกพม่ารุกไล่โจมตีแตกพ่ายยับเยิน แต่ทหารกองอาทมาต มีวิชาอาคมแก่กล้า ฟันแทงไม่เข้า ทหารพม่าจึงไสช้างเข้าเหยียบย่ำทหารกองอาทมาตตายเป็นจำนวนมาก ที่เหลือก็ถูกไล่ลงทะเลจมน้ำตายไปก็มาก ในที่สุด ขุนรองปลัดชู พร้อมด้วยทหารกองอาทมาตแขวงเมืองวิเศษไชยชาญ จำนวน 400 คน ก็เสียชีวิตด้วย ฝีมือของพม่า
    ชาววิเศษไชยชาญ เมื่อทราบข่าวก็โศรกเศร้าเสียใจ จึงได้แต่ภาวนาขอบุญกุศลที่ได้สร้างสมไว้จงเป็นปัจจัยส่งผลให้ดวงวิญญาณของทหารกล้าได้ไปสู่สุคติ ความเงียบเหงาวังเวงเกิดขึ้น หมดกำลัง ใจในการทำมาหากิน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการร่วมกันสร้างสิ่งต่างๆไว้เป็นที่ระลึกถึงผู้พลีชีพด้วยการสร้างวัดสี่ร้อย ในปี พ.ศ.๒๓๑๓ ใช้ชื่อสี่ร้อยตามจำนวนกองอาทมาตสี่ร้อยคนที่ไม่ได้กลับมา


    เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่อนุชน รุ่นหลังของชาวเมืองวิเศษไชยชาญ เพื่อเป็นการย้ำเตือนความทรงจำให้ระลึกถึงบรรพบุรุษที่พลีชีพ เพื่อปกป้องปฐพีถึงกับเสียชีวิต โดยชื่อว่า วัดสี่ร้อย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชนทั่วไป
    ต่อมาเจ้าอาวาสในขณะนั้นก็ได้สร้างเจดีย์ ไว้เป็นที่รวบรวมดวงวิญญาณของ ชาวแขวงเมืองวิเศษไชยชาญ ที่เสียชีวิตจำนวน 400 คน



    " ตราบใดที่ลมหายใจยังมี

    ชีวิตนี้ กูขออุทิศ เพื่อปกป้อง ผืนแผ่นดิน สยาม

    กูจะสู้ แม้ว่าพวกกูน้อย สู้ไม่ถอย ถึงแม้ว่าจะดับสลาย

    แผ่นดินนี้ พ่อกูอยู่ ปู่กูตาย ยอมมลายมิยอมให้ไพรีครอง "

    .... ใครบ้างเหวยจะยืนสู้เช่นกูบ้าง ใครบ้างเหวยจะเคียงข้างไทยใจหาญ

    ใครบ้างเหวย จะละสุขสนุกสำราญ ใครบ้างเหวย ยอมวายปราณ เพื่อไทยคง.....




    อ่านต่อ http://www.maameu.net/forum/index.php?topic=8918.0


    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย peamchery : 30th August 2011 เมื่อ 00:32

  2. รายชื่อสมาชิกจำนวน 15 คนที่กล่าวขอบคุณ:


  3. #2
    hatemak : (
    วันที่สมัคร
    Jul 2011
    ที่อยู่
    หน้าจอคอมพิวเตอร์
    กระทู้
    956
    กล่าวขอบคุณ
    305
    ได้รับคำขอบคุณ: 901
    ชอบจริงๆ เลย เรื่อง สมัยเก่าเนี่ยย

  4. #3
    One shot, One kill
    วันที่สมัคร
    Jul 2011
    ที่อยู่
    Fortuna City
    กระทู้
    589
    กล่าวขอบคุณ
    682
    ได้รับคำขอบคุณ: 725
    Blog Entries
    1
    น่าสนแฮะหนัง มันจะเหมือนสมเด็จพระนเรศวรเปล่าหว่า

  5. #4
    ชอบโพสต์เป็นชีวิตจิตใจ
    วันที่สมัคร
    Aug 2011
    กระทู้
    137
    กล่าวขอบคุณ
    41
    ได้รับคำขอบคุณ: 129
    แม่จ้าว 400 คนสู้กับพม่า เป็น10000 เหมือน เรื่อง 300 เลย แต่นี่เป็นของไทย ฮ่าๆๆๆ แถมฟันแทงไม่เข้าด้วย

  6. สมาชิกที่กล่าวขอบคุณ:



 

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •  
Back to top