ยินดีต้อนรับเข้าสู่ jokergameth.com
ค้นหาข้อมูลใน jokergameth.com
หน้าแรก สั่งซื้อสินค้า
กระดานพูดคุย เกี่ยวกับเรา


ดูหนังออนไลน์




เว็บไซต์เราจะอยู่ไม่ได้หากขาดเขาเหล่านี้ รวมช่วยกันสนับสนุนสปอนเซอร์ของพวกเรา

colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์ สนับสนุนเว็บไซต์ Joker Pao Pao Joker Game Official Fanpage บล็อคสาวไฮโซ เล่นเกมแล้วได้เงิน ลงโฆษณา
ให้เช่า Colocation
บริจาค/Donation
ซาลาเปา JOKER
Jokergame Facebook
บล็อคสาวไฮโซ
จ้างให้เล่นเกม

กำลังแสดงผล 1 ถึง 9 จากทั้งหมด 9
  1. #1
    ?
    วันที่สมัคร
    Dec 2011
    ที่อยู่
    ชนบท
    กระทู้
    927
    กล่าวขอบคุณ
    218
    ได้รับคำขอบคุณ: 15,182

    การค้าอวัยวะมนุษย์ (Trafficking in human organs)

    เป็น ที่รู้กันดีเกี่ยวกับงานศัลยกรรมเสริมสวย ซึ่งทำกันตั้งแต่ปลายเท้า จรดศีรษะ แต่สิ่งที่เป็นอันดับต้นๆ ที่ผู้หญิงทำกันมากคือ การเสริมจมูก จมูก โด่งเป็นสันตั้งตรง ปลายจมูกงอนเชิดขึ้นนิดหน่อย นี้แหละคือสุดยอดปรารถนาของผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้ ดังนั้นพวกผู้หญิงที่จมูก ดั้งแหนบ ดั้งหัก จึงดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อเสริมตั้งให้จนได้ แต่ การทำจมูกโด่งนั้นต่างจากการเสริมอก ซึ่งใช้ถุงซิลิโคนยัดเข้าไปภายใน ส่วนการเสริมจมูกนั้นต้องใช้กระดูกอ่อนจากซี่โครงมาเสริมภายใน กระดูกอ่อนที่จะนำมาเสริมดั้งก็มีอยู่ 2 แห่งที่หาได้ คือส่วนใบหู และกระดูกซี่โครง เพราะปิดบังบาดแผลได้ แต่ ถ้าคนเสริมจมูก เป็นคนมีเงิน ส่วนใหญ่มักไม่ยอมให้หมอใช้ซี่โครงตัวเองให้ตัวเจ็บซ้ำสอง หมดจึงจำเป็นต้องเสาะหาโครงกระดูกอ่อนจากที่อื่นๆ การหาจากแหล่งอื่น ก็มีอยู่ 2 ทางเท่านั้น คือจากศพบริจาคเพื่อประโยชน์การศึกษาวิชาแพทย์และจากศพลักขโมยมา ใน ประเทศจีนหรือบางประเทศสามารถหาอวัยวะได้จากนักโทษประหารและอีกหลายแหล่ง ยกตัวอย่างเช่น พอล ลี ได้รับตับจากนักโทษประหารชาวจีนคนหนึ่ง กอรอมในอียิปต์หาไตให้น้องสาวได้ในราคา 5,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ฮากาน ชาวเมืองอิสตันบุล โพสประกาศขายไต 1 ข้างในอินเทอร์เน็ต สนนราคา 30,700 ดอลลาร์ ปัจจุบัน นี้การที่ประเทศร่ำรวยขาดแคลนอวัยวะบริจาคอย่างหนักทำให้ชาวต่าง ชาติและผู้ป่วยโรคร้ายระยะสุดท้ายพากันเดินทางมายังประเทศที่ยากจนกว่า เช่น จีน ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ โคลอมเบีย และฟิลิปปินส์ เพื่อหาซื้ออวัยวะใหม่ต่อชีวิต ลี หัวหน้าช่างเทคนิคของรถไฟใต้ดินในฮ่องกง วัย 53 ปี ทราบผลวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับเมื่อเดือนมกราคม ปี 2005 แต่คณะแพทย์ไม่ยอมปลูกถ่ายอวัยวะให้ลีเพราะเกรงว่าเนื้อร้ายจะแพร่กระจายไป ส่วนอื่นของร่างกาย ต่อ มา เพื่อนคนหนึ่งบอกลี ว่า มีโรงพยาบาลที่รับปลูกถ่ายอวัยวะตั้งอยู่ที่เมืองเทียนจิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ลีจึงเดินทางไปที่นั่น ในเดือนเมษายน ปีเดียวกัน ลีจ่ายเงินไป 260,000 หยวน หรือราว 34,380 ดอลลาร์ เพื่อเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะที่ช่วยต่อชีวิต ลี เล่าว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ติดต่อกับนักโทษมากมาย “ไตใหม่ของผมได้มาจากนักโทษประหารคนหนึ่งจากมณฑลเฮยหลงเจียง ผมขอขอบคุณนักโทษผู้บริจาคไตอย่างสุดซึ้ง” แต่ลีหารู้ไม่ว่าอวัยวะเหล่านี้มาจากใครจากศพไหน หมอย่อมไม่ยอมบอกแน่นอน คนไข้ก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่แหละจึงเป็นมาของ “ฆ่าชิงอวัยวะภายใน”




    การค้าอวัยวะมนุษย์(Trafficking in human organs)

    การกระทำความผิดฐานค้าอวัยวะมนุษย์ (trafficking in human organs) นับ ว่าเป็นปัญหาอาชญากรรมหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นใหม่ในประเทศต่างๆทั่วโลกซึ่งจะ ต้องเผชิญหน้าและ ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาดังกล่าวนอกเหนือจะเกิดขึ้นภายในประเทศต่างๆแล้วยังมีแนวโน้มที่จะเกิด ขึ้นในลักษณะข้ามชาติ หรือเกิดขึ้นระหว่างประเทศมากขึ้น การค้าอวัยวะมนุษย์ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อความรู้สึกของคนในสังคม ขัดต่อหลักศาสนา รวมทั้งกระทบต่อศีลธรรมของมนุษยชาติ ซึ่งกฎหมายในบางประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการ กำหนดห้ามมิให้มีพฤติกรรมดังกล่าวขึ้นในสังคม โดยกำหนดให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดในทางอาญา ปัจจุบัน สภาพสังคมในทุกประเทศทั่วโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี รวมไปถึงรูปแบบของอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นใหม่ในประเทศต่างๆ ซึ่งการกระทำความผิดฐานค้าอวัยวะมนุษย์ (trafficking in human organs) นับ ว่าเป็นปัญหาอาชญากรรมหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นใหม่ในประเทศต่างๆทั่วโลกซึ่งจะ ต้องเผชิญหน้าและ ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาดังกล่าวนอกเหนือจะเกิดขึ้นภายในประเทศต่างๆแล้วยังมีแนวโน้มที่จะเกิด ขึ้นในลักษณะข้ามชาติ หรือเกิดขึ้นระหว่างประเทศมากขึ้น การค้าอวัยวะมนุษย์ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อความรู้สึกของคนในสังคม ขัด ต่อหลักศาสนา รวมทั้งกระทบต่อศีลธรรมของมนุษยชาติ ซึ่งกฎหมายในบางประเทศได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการ กำหนดห้ามมิให้มีพฤติกรรมดังกล่าวขึ้นในสังคม โดยกำหนดให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดในทางอาญา ซึ่งโดยลักษณะหรือรูปแบบของการได้มาซึ่งอวัยวะมนุษย์นั้น อาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป เช่น จากการนำอวัยวะมาจากศพ จากบุคคลที่ยากจนที่ประสงค์จะขายอวัยวะของตนเอง หรือบางกรณีอาจจะนำอวัยวะมาจากเด็กซึ่งถูกซื้อขาย (child trade) โดยอวัยวะดังกล่าวที่ได้มานั้นส่วนใหญ่แล้วจะนำมาเพื่อใช้การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ(organ transplant operation) ให้ กับบุคคลที่ร่ำรวยหรือมีฐานะในสังคมที่มีปัญหาด้านสุขภาพ แต่อย่างไรก็ดี สถิติหรือข้อมูลของการกระทำความผิดดังกล่าวในแต่ละประเทศ ยังไม่ความชัดเจนในตัวเลข หรือทางสถิติ เนื่องจากการขาดข้อมูลจากเหยื่อหลายรายที่เกรงกลัวที่จะได้รับอันตราย หรือสูญเสียรายได้ จากการที่จะออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง รวมไปถึงในบางประเทศปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการตระหนักจากภาครัฐอย่าง เพียงพอเพราะอาจเห็นว่าการซื้อขายเกิดขึ้นจากความสมัครใจ รวมทั้งมิได้กำหนดให้เป็นความผิดทางอาญา





    ตลาดค้าอวัยวะผุดขึ้นมากมายในหลายประเทศทั่วโลก ดึงดูด “ลูกค้า” จาก ชาติร่ำรวยที่กระเสือกกระสนหาทางต่อชีวิต ขณะที่ประชากรจำนวนมากในประเทศยากจนผันตัวเองมาเป็นพ่อค้าขายชิ้นส่วนในร่าง กาย เพื่อเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัว ถือเป็นวิธีหาเงินที่บางครั้งอาจต้องแลกด้วยชีวิต เพราะบ่อยครั้งที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากทั้งแพทย์และผู้รอรับอวัยวะ นอกจากนั้นยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งตกเป็นเหยื่อโจรในคราบหมอสุดชั่ว เข้าพบแพทย์หวังตรวจสุขภาพแต่กลับถูกปล้นอวัยวะ
    การ ซื้อขายอวัยวะมนุษย์นั้น เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในหลายประเทศทั่วโลก แต่กระนั้นก็ยังมีการขายอวัยวะมนุษย์อย่างเอิกเกริกทั่วไป และมีแนวโน้มวิธีการซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้นทุกที ซึ่งล่าสุดมีแก๊งมาเฟียลงทุนสังหารมนุษย์เป็นๆ เพื่อล้วงควักอวัยวะภายในไปขายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายกันแล้ว แก๊ง จำพวกนี้มีหลายประเทศเลยไม่ว่าจะเป็น จีน, รัสเซีย, อินเดีย, ตุรกี, บราซิล แอฟริกา รวมทั้งประเทศไทยด้วย ที่รัสเซียเรียกว่า ออแกนนิแซ็ทยา(Organisatzya) ซึ่งทำหน้าที่ลักพาตัวเด็กๆ เร่รอนตามท้องถนนในเมืองใหญ่ๆ มาฆ่าและควักอวัยวะภายในมาค้าขาย โดยอวัยวะที่ว่าก็มีตับ ไต แก้วตา ผิวหนัง ต่อมปิตูอิตารี่ และไขกระดูกเป็นต้น ในรัสเซียนั้นมีสถานรับซื้อเหล่านี้มากมายชนิดเรียกว่าเปิดแบบโจ๋มครึ่ม ส่วนคาซัคสถานและยูเครนเด็กเร่ร่อนจะถูกสังหารอย่างทารุฯเพื่อเอาแต่เครื่องใน โดยไม่มีใครใส่ใจว่า เด็กเหล่านั้นหายไปไหน? ส่วน ในจีนแย่กว่านั้นเพราะการค้าขายอวัยวะมนุษย์นั้นกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของ รัฐบาล จากสถิตเก่าๆ พบว่านักโทษประหารจีนราว 2000 คนจะถูกควักอวัยวะภายในไปขาย โดยส่วนมากจะเป็นไตถึง 90 เปอร์เซ็นต์ส่วนราคาซื้อขายบอกว่าคุ้มที่จะเสี่ยงครับ อย่างแก้วตาของนักตายนั้นตีเป็นเงิน 350,000 บาท, ไตราคาสูงถึง 1,400,000 บาท ตับ 2,800,000 บาท นี้ไม่รวมค่าเปลี่ยนอวัยวะที่ราคาสูงกว่าสองล้านบาท ที่ ผ่านมา ทางการจีนสั่งห้ามการซื้อขายอวัยวะมนุษย์ รวมถึงจำกัดการปลูกถ่ายอวัยวะให้กับชาวต่างชาติ โดยอ้างว่าต้องปลูกถ่ายให้กับชาวจีนที่ต้องการอวัยวะปีละ 2 ล้านชิ้นเสียก่อน หากยังมีอวัยวะเหลือจึงค่อยปลูกถ่ายให้กับชาวต่างชาติ ในแต่ละปีมีการปลูกถ่ายอวัยวะที่จีนเพียง 20,000 ราย ในจำนวนนี้ เป็นการปลูกถ่ายตับ 3,000 ราย และ 95% ใช้ตับจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว จีน ยืนยันว่า การใช้อวัยวะจากนักโทษที่ถูกประหารชีวิตแล้วสามารถกระทำได้ เนื่องจากได้รับการยินยอมจากตัวนักโทษหรือครอบครัวของนักโทษ ทั้งนี้ การปลูกถ่ายโดยใช้ตับของผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว สนนราคาราว 33,000 ดอลลาร์ ที่จีน



    นอก จากจีนแล้ว ประเทศที่โจมตีในความไม่โปร่งใสในเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนอวยวะก็คือ ประเทศอิสราเอล แม้ว่ากฎหมายของอิสราเอลจะถือว่าการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะภายในนั้นเป็นเรื่อง ผิดกฎหมาย แต่การเปลี่ยนถ่ายจากญาติใกล้ชิดหรือผู้มีสายพันธุกรรมเดียวกันกับคนไข้ถือ ว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่กระนั้นก็มีคนออกนอกประเทศเพื่อผ่าตัดเพื่อเลี่ยงกฎหมายบ่อยๆ
    ตุรกี ถือว่าเป็นอีกดินแดนหนึ่งที่มีการค้าอวัยวะภายในภายใต้มาเฟียเป็นผู้ดำเนิน การ โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกีที่เมืองกินาซิ เด็กหนุ่มสาว 12-14 ปีจะถูกควักเอาอวัยวะภายใน ทั้งๆ ที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ตายจากแผ่นดินไหว สำหรับ ลูกค้าที่มาซื้ออวัยวะเหล่านั้นจะเป็นพวกคนรวยๆ ที่กำลังต้องการปลูกถ่ายอวัยวะหรือพวกคนดังอยากเสริมสวย ซึ่งมีเงินพอที่จะสามารถจ่ายเป็นค่าอวยวะเหล่านี้ได้ทั้งสิ้น โดนแพทย์ที่ไร้ศิลธรรมก็พร้อมลงมีดและตัดต่ออวัยวะใหม่เข้าสู่ร่างกายคนมี เงินเหล่านั้นอย่างเต็มใจหากมีเม็ดเงินไหลเข้ามา ปากีสถาน ซึ่งไม่มีกฎหมายห้ามการค้าอวัยวะมนุษย์นั้น กำลังกลายเป็นตลาดใหญ่ค้าไต ทั้งนี้ เป็นไปตามคำกล่าวของจาฟฟาร์ นักวี ซีอีโอของมูลนิธิไตแห่งปากีสถาน ทั้งนี้ ไม่มีการยืนยันจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางมาปากีสถานเพื่อหาไตใหม่ แต่นักวีกล่าวว่า เฉพาะแค่ที่เมืองลาฮอร์ ก็มีศูนย์ถึง 13 แห่งที่รายงานว่ารับปลูกถ่ายไตที่ลูกค้าซื้อมา 2,000 ราย เมื่อปีที่แล้ว นักวี กล่าวว่า คนไข้ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากยุโรป ซาอุดีอาระเบีย และอินเดีย จ่ายเงินราว 500,000 รูปี หรือประมาณ 8,500 ดอลลาร์ เพื่อซื้อไตใหม่ ขณะที่ผู้ขายไตจะได้รับเงินเพียง 300-1,000 ดอลลาร์ อีกทั้งบ่อยครั้งก็ไม่ได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์หลังเข้ารับการผ่าตัด ในบางครั้ง เจ้าของก็ไม่ยินยอมสมัครใจมอบไตแต่อย่างใด โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 คน ในจำนวนนี้มี 4 คนเป็นแพทย์ ทั้งหมดร่วมกันลักพาตัวเหยื่อ วางยาแล้วจึงขโมยไตของเหยื่อเพื่อนำไปใช้ปลูกถ่ายอวัยวะ ทาง การเตรียมออกร่างกฎหมายที่มุ่งห้ามการค้าอวัยวะ แต่กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่มีอิทธิพลก็พยายามล็อบบี้ให้กฎหมายยังคงมีมาตราที่ อนุญาตให้มีการบริจาคอวัยวะให้แก่ผู้ที่ไม่ใช่ญาติ ตราบใดที่ไม่ต้องจ่ายเงินตอบแทนผู้ให้นักวีกล่าวว่า หากมีมาตราดังกล่าว ก็จะยังคงมีผู้ลักลอบจ่ายเงินเพื่อซื้ออวัยวะ แค่ 15 วันก็ซื้อไตได้แล้ว เรื่องราวของผู้คนที่เร่ขายอวัยวะโดยเฉพาะอย่างยิ่งไต ไม่ใช่เรื่องวิปริตผิดปกติแต่อย่างใดในอียิปต์ เพราะ 30% ของประชากรมากกว่า 73 ล้านคนยังมีฐานะยากจน กอรอม ผู้ที่ไม่เปิดเผยนามสกุล เพราะการค้าอวัยวะเป็นธุรกิจผิดกฎหมายในอียิปต์ กล่าวว่า ตนใช้เวลาเพียง 15 วัน ในการหาซื้อไตใหม่ให้น้องสาวที่มีอาการไตวาย กอรอมกล่าวว่าแพทย์พบชายคนหนึ่งที่ยินดีขายไตข้างหนึ่งในราคา 30,000 ปอนด์อียิปต์ หรือ 5,300 ดอลลาร์ กอรอม กล่าวว่า แพทย์ได้ค่าเหนื่อย 5,000 ปอนด์อียิปต์ โดยค่าเหนื่อยของแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลจะหักจากเงินที่ผู้ขายอวัยวะได้ รับ ชายผู้นี้ กล่าวว่า บ่อยครั้งที่แพทย์จะช่วยหาผู้ที่เต็มใจขายอวัยวะโดยดูจากรายชื่อคนไข้ของแพทย์ อับ เดล กาเดร์ เฮกาซี ประธานคณะกรรมธิการด้านวินัยของสหภาพแพทย์ กล่าวว่า กฎหมายอียิปต์ไม่มีมาตรการลงโทษที่ชัดเจนต่อแพทย์ที่พัวพันกับการปลูกถ่าย อวัยวะที่ผิดกฎหมาย เปิดช่องให้แพทย์กลับมาทำความผิดซ้ำๆ ซากๆ “กฎหมาย บอกว่า การค้าอวัยวะผิดกฎหมายแต่กลับไม่ระบุมาตรการลงโทษที่ชัดเจน พวกเราที่เป็นสหภาพสั่งพักงานแพทย์หลายคนรวมทั้งยึดใบประกอบโรคศิลป์ แต่แพทย์เหล่านั้นก็ยื่นฟ้องต่อศาล ชนะคดีแล้วก็ได้ใบประกอบโรคศิลป์คืน” เฮกาซี กล่าว สหภาพ แพทย์พยายามผลักดันให้รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมการปลูกถ่ายอวัยวะ ในร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งโทษปรับอย่างหนัก และการสั่งจำคุกผู้ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังสั่งห้ามมิให้ปลูกถ่ายอวัยวะระหว่างคนที่มีสัญชาติต่างกัน ทว่า ร่างกฎหมายยังติดค้างอยู่ในรัฐสภามานานหลายปีแล้ว เนื่องจากแพทย์กับผู้นำมุสลิมอาวุโสหลายคนมีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นที่ ว่าศาสนาอิสลามอนุญาตให้ปลูกถ่ายอวัยวะในกรณีที่ผู้ให้เสียชีวิตจากการเจ็บ ป่วยหรือไม่




    อีกวิธีการขายอวัยวะอีกแบบคือประกาศขายในอินเทอร์เน็ต
    ใน ตุรกี นักเรียนนักศึกษา คนตกงาน และพ่อที่ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ ต่างประกาศขายไตในอินเทอร์เน็ต โดยระบุทั้งอุปนิสัยการดื่ม สูบบุหรี่ รวมทั้งกรุ๊ปเลือด พ่อค้าจำเป็นเหล่านี้ระบุว่าได้รับคำสั่งซื้อไตจากทั้งเยอรมนี อิสราเอล และตุรกี โดยบางคนตั้งราคาไต 1 ข้าง แพงสุดที่ 50,000 ลิรา หรือราว 38,760 ดอลลาร์ ฮากาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัย 27 ปี ที่อาศัยอยู่ในนครอิสตันบุล มีลูกน้อย 2 คน ฮากานเล่าให้สำนักข่าวรอยเตอร์ฟังว่า มีผู้คนจากทั้งเยอรมนีและตุรกี 5-6 คน ต้องการซื้อไตของเขา โดยเสนอราคาซื้อ 10,000-15,000 ลิรา (ราว 11,600 ดอลลาร์) แต่ฮากานตั้งราคาขายไว้ที่ 40,000 ลิรา หรือราว 30,700 ดอลลาร์ ฮากาน ยอมรับว่า การสละไตแลกเงินเป็นเรื่องที่น่ากลัว ตนไม่ยอมบอกภรรยาเพราะรู้ว่าภรรยา จะคัดค้านอย่างแน่นอน “ผมยอมทำเช่นนี้เพื่อครอบครัว ถ้าผมอยู่คนเดียวก็คงจะไม่เป็นไรหรอก แต่ผมมีลูกที่ต้องเลี้ยงดู 2 คน ไม่มีอะไรที่ผมจะทำเพื่อลูกๆได้อีกแล้วนอกจากขายไต” นาง แนนซี สคีเปอร์-ฮิวจ์ส ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้ง ออร์แกน วอทช์ โครงการวิจัยทางวิชาการของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กล่าวรายงานต่อที่ประชุมเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งเวียนนา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้ ระบุว่า แพทย์และเจ้าหน้าที่แพทย์ระดับสูง รวมทั้งศัลยแพทย์มือดีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในเครือข่ายการค้าอวัยวะ มนุษย์ นายแพทย์บางคนถึงกับยินยอมสมคบกับกลุ่มคนชั้นต่ำสุดของสังคมอย่างเช่น เครือข่ายอาชญากร, นายหน้าในวงการค้าอวัยวะ และบรรดาผู้แสวงหาอวัยวะที่เรียกกันว่า คิดนีย์ ฮันเตอร์ อย่างเต็มใจเพื่อแลกกับผลประโยชน์ นาง สคีเปอร์-ฮิวจ์ส ระบุว่า ไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดว่าแต่ละปีมีคนตกเป็นเหยื่อของการขายอวัยวะเป็นจำนวน เท่าใด แต่เท่าที่มีการประเมินอย่างต่ำสุด มีการลักลอบขายไตกันในแต่ละปีราว 15,000 ราย และเสริมด้วยว่าเท่าที่ศึกษาวิจัยมามีกรณีสมคบคิดกันขนานใหญ่อยู่ในหลายประเทศในยุโรปตะวันออก, ตุรกี, อิสราเอล, อินเดีย และสหรัฐอเมริกา โดยผู้ที่ขายอวัยวะส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ขายเพราะถูกบังคับ แต่ขายเพราะความจำเป็นจากความต้องการเงิน ทั้งนี้นางสคีเปอร์-ฮิวจ์ส ยกตัวอย่างเช่น ในบราซิลจะมีการแข่งขันกันเพื่อให้นายหน้าเลือกตัวเองเป็นผู้ขายอวัยวะ ถึงกับแย่งกันติดสินบนนายหน้าดังกล่าวด้วยธนบัตรดอลลาร์ 10 ดอลลาร์ กันเลยทีเดียว การ ค้าอวัยวะมนุษย์ตกเป็นเป้าการให้ความสนใจในขณะนี้หลังจากมีการจับกุมชายผู้ หนึ่งในอินเดียและตั้งข้อหาว่าเป็นผู้นำเครือข่ายค้าอวัยวะข้ามชาติที่นำ เหยื่อไปขายไตมาแล้วหลายร้อยราย โดยเหยื่อบางรายที่เป็นชนชั้นผู้ใช้แรงงานถูกใช้ปืนจี้เพื่อบังคับให้ยอม ขายอวัยวะของตนเองอีกด้วย (เอพี) เมื่อ ต้นปีที่ผ่านมานี้เองที่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐได้เปิดเผยขบวนการค้าขาย สิ้นส่วนศพ ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันนี้ยังไม่อยู่ไม่หายไปไหน โดยมีหลักฐานคือรูปถ่าย ของกลางชิ้นส่วนศพ ฯลฯ ผลงานครั้งนี้เปิดเผยโดยสำนักงานอัยการแขวงบรู๊คลีน มหานครนิวยอร์ก ของกลางที่นำมาแสดงได้มาจากการจับกุมผู้ทำความผิดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ.2006 และระหว่างนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินคดีอยู่ในศาล ของ กลางเหรอคราวๆ ประกอบไปด้วยลิ้นหัวใจ ผิวหนังมนุษย์ที่เลาะออกจากศพ เส้นประสาท เส้นเอ็น และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ที่ตู้พิเศษ บางชิ้นส่วนก็ในน้ำยาเคมีเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อและเซลล์เน่าเปื่อย ใช้ขนส่งทางเครื่องบิน ผู้ที่อยู่ร่วมแก๊งค้าผีอ้างว่าศพเหล่านี้ มาจากความยินยอมของผู้ตาย นี้ไงใบอนุญาติ แต่ผลตรวจสอบแล้วพบว่ามันเป็นของเก๊ ทำปลอมขึ้น จากการสอบสวนของตำรวจอเมริกันพบว่าชิ้นศพเหล่านี้มีมูลค่าส่งออกมูลค่ามหาศาลมาก แค่ดูบัญชีราคาชิ้นส่วนศพคร่าวๆ พบว่า ชิ้นส่วนศพอายุต่ำกว่า 60 ปี และ 60-70 ปี ราคาชิ้นส่วนศพคนแก่ถูกกว่าคนหนุ่มบอกรายละเอียดว่า กระดูกโคนขา ราคา 500 ดอลลาร์ กระดูกน่อง ราคา 200 ดอลลาร์ กระดูกแข้ง 400 ดอลลาร์ กระดูกสะโพก 175 ดอลลาร์ และกระดูกเชิงกราน(ต่อชิ้น) 400 ดอลลาร์ บางชิ้นส่วนราคาอาจสูงถึง 150,000 ดอลลาร์หรือ 5-4 ล้านบาทที่เดียวเมื่อแยกเป็นชิ้นๆ และชิ้นส่วนที่ขายได้ราคาดีคือกระดูกขาและผิวหนังครับ กระดูก ขามนุษย์ที่นำมาใช้มีอยู่หลายกรณี เช่นทำเป็นหนอมรองกระดูกสันหลังแก่คนไข้ ที่มีอาการกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทผ่าตัด ใช้ทำรากฟัน รวมทั้งแก้ไขโรคกระดูกต่างๆ สำหรับผิวหนังของมนุษย์ก็นำมาใช้ตกแต่งใบหน้า ไฟไหม้ เสริมสวย ทำหน้าสวย เป็นต้น ปัจจุบัน มีการออกกฎหมายสำหรับการค้าอวัยวะมนุษย์มากขึ้นแต่อย่างไรก็ตามโลกก็ยังต้อง การอวัยวะเพื่อคนป่วยอย่างสม่ำเสมอ ทำให้บริษัทค้าอวัยวะมนุษย์ก็เริ่มเล่ห์เลี่ยมมากขึ้นเพื่อหวังรวยทางลัดให้ จงได้


    Credit : http://writer.dek-d.com/writer/story...02&chapter=390



  2. #2
    ชอบโพสต์เป็นชีวิตจิตใจ
    วันที่สมัคร
    Oct 2011
    กระทู้
    730
    กล่าวขอบคุณ
    28
    ได้รับคำขอบคุณ: 243
    น่ากลัวจริงๆ

  3. #3
    ชอบโพสต์เป็นชีวิตจิตใจ
    วันที่สมัคร
    Oct 2011
    กระทู้
    487
    กล่าวขอบคุณ
    205
    ได้รับคำขอบคุณ: 373
    ถึงกับฆ่ากันเลย = ="
    Intel i7 920 @3.20 GHZ. Rampage III Extreme RAM 6 GB AMD HD6950 2GB PSN:Linker1991

  4. #4
    ถูกระงับใช้งาน (Banned)
    วันที่สมัคร
    Dec 2011
    กระทู้
    988
    กล่าวขอบคุณ
    1,102
    ได้รับคำขอบคุณ: 2,439
    ขายเครื่องในเอาเงินประทังชีวิต..

  5. #5
    ชอบดูไม่ชอบโพสต์
    วันที่สมัคร
    Jan 2012
    กระทู้
    76
    กล่าวขอบคุณ
    36
    ได้รับคำขอบคุณ: 26
    สงสารก็แต่พวกเด็กๆที่ถูกจับ ไปฆ่า

  6. #6
    ใจร้ายชอบถากถาง
    วันที่สมัคร
    Jul 2011
    ที่อยู่
    ที่ไหนสักที่
    กระทู้
    1,796
    กล่าวขอบคุณ
    58
    ได้รับคำขอบคุณ: 4,185
    Blog Entries
    1
    นี้แหละ "มนุษย์"

  7. #7
    ชอบโพสต์เป็นชีวิตจิตใจ
    วันที่สมัคร
    Jul 2011
    กระทู้
    303
    กล่าวขอบคุณ
    13
    ได้รับคำขอบคุณ: 44
    น่ากลัวโคตร

    แนะนำจขกท. ปรับตัวอักษร บันทอนเนื้อหาที่ไม่ค่อยมีประโยชน์บ้าง

    หรือไม่ก็เน้นตัวหนาหรือที่มีสาระ เด่นๆ เพราะบางที่ตัวหนังสือเล็กๆบรรทัดเยอะๆ คนไม่ค่อยชอบอ่านกัน
    -| " _ Y o u ' l l _ N e v e r _ W a l k _ A l o n e _ " |-

  8. #8
    ชอบดูไม่ชอบโพสต์
    วันที่สมัคร
    Feb 2012
    กระทู้
    43
    กล่าวขอบคุณ
    5
    ได้รับคำขอบคุณ: 70
    บางที...อาหารก็สำคัญกว่าอวัยวะในร่างกายเหมือนกันเเฮะ

  9. #9
    夢人
    วันที่สมัคร
    Jul 2011
    ที่อยู่
    jokergameth.com
    กระทู้
    507
    กล่าวขอบคุณ
    137
    ได้รับคำขอบคุณ: 247
    ขี้เกียจอ่าน แต่ดูจากในรูปเหมือนเป็นการ จับคนที่ไม่เกี่ยวมาเอาอวัยวะไปขายหรอ


 

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •  
Back to top